โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐย้ำสนับสนุนชาวทิเบตอนุรักษ์วัฒนธรรม หลังชายจุดไฟเผาตัวเองหน้ายูเอ็น

เดลินิวส์

อัพเดต 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.07 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่าสนับสนุนความปรารถนาของชาวทิเบตในการอนุรักษ์วัฒนธรรมของตนเอง และจะยังคงเรียกร้องให้จีนกลับมาเจรจากับดาไล ลามะ หลังชายชาวทิเบตคนหนึ่งจุดไฟเผาตัวเองใกล้กับสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนครนิวยอร์ก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่า ชายชาวทิเบตที่จุดไฟเผาตัวเอง เสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว จากแผลไฟไหม้อย่างรุนแรง โดยนักเคลื่อนไหวและ “วอยซ์ ออฟ ทิเบต” ซึ่งเป็นสื่อของชาวทิเบตในต่างแดน ระบุว่าผู้เสียชีวิตคือ นายลอบกา รังเซน และเขาจัดการปราศรัยเรียกร้องเอกราชและความเป็นเอกภาพของทิเบต

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า สหรัฐมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสิทธิมนุษยชนและความปรารถนาที่ไม่อาจละเมิดได้ของชาวทิเบต ในการเฉลิมฉลองและอนุรักษ์วัฒนธรรม ภาษา และศาสนาอันเป็นเอกลักษณ์ โดยปราศจากความหวาดกลัวต่อการแทรกแซง

“สหรัฐจะยังคงเรียกร้องให้จีนกลับมาเจรจาโดยตรงแบบไม่มีเงื่อนไขล่วงหน้า กับดาไล ลามะ และตัวแทนของพระองค์ รวมถึงผู้นำทิเบตที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อแก้ไขความขัดแย้ง และบรรลุเอกราชที่มีความหมายสำหรับชาวทิเบต” แถลงการณ์ระบุเสริม

ภายหลังเหตุการณ์ชายชาวทิเบตจุดไฟเผาตัวเองเสียชีวิต ทางการจีนระบุว่า ทิเบตเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ของจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ และรัฐบาลปักกิ่งเชื่อว่า ประเทศที่เกี่ยวข้องจะจัดการเรื่องนี้ตามกฎหมายภายในประเทศ

อนึ่ง รัฐบาลปักกิ่งเคยระบุว่า รัฐบาลวอชิงตัน “ไม่มีสิทธิ” ที่จะกล่าวโทษจีนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทิเบต ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันระบุมานานแล้วว่า สหรัฐสนับสนุนสิทธิมนุษยชนของชาวทิเบต ทั้งในสมัยรัฐบาลพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...