โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จิตแพทย์ไขข้อข้องใจ! เด็กพิเศษทำผิด “ไม่ใช่ไม่ต้องรับผิด” ชี้ผู้ใหญ่ต้องถูกตรวจสอบด้วย

Manager Online

อัพเดต 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 2.16 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

จิตแพทย์ชี้ชัดกรณีเด็กวัย 11 ขวบขับรถชนคณะพระธุดงค์จนพระมรณภาพ 8 รูป ย้ำคำว่า “เด็กพิเศษ” ไม่ใช่ข้อยกเว้นที่ทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ต้องได้รับการประเมิน ฟื้นฟู และวางมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องต้องถูกตรวจสอบถึงบทบาทในการดูแล ด้านโลกออนไลน์ตั้งข้อสังเกต รถคันเกิดเหตุเป็นเกียร์ธรรมดาที่ขับยากเกินวัย จึงเชื่อว่าอาจมีผู้ใหญ่เป็นผู้สอนขับ จี้หาความรับผิดชอบเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกครั้ง

วันนี้ (2 ก.ค.) เพจ “คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา” ได้โพสต์ความคิดเห็นถึงกรณีโศกนาฏกรรมที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเด็กอายุ 11 ขวบขับรถยนต์พุ่งชนคณะพระธุดงค์จนเป็นเหตุให้มีพระมรณภาพถึง 8 รูป ได้สร้างความเสียใจให้กับสังคมอย่างมาก ซึ่งนำไปสู่คำถามสำคัญว่า "เด็กพิเศษทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิดชอบจริงหรือไม่" ในมุมมองทางกฎหมายของประเทศไทย เด็กที่มีอายุไม่เกิน 12 ปีจะไม่ได้รับโทษทางอาญาจริง แต่การไม่ต้องรับโทษไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวดังกล่าวจะจบลง หรือไม่มีใครต้องรับผิดชอบ และไม่ได้หมายความว่าเด็กควรถูกปล่อยกลับไปใช้ชีวิตในสภาวะแวดล้อมเดิมโดยไม่มีการประเมิน การคุ้มครอง หรือการวางมาตรการป้องกันเหตุซ้ำรอยอย่างจริงจัง

ในแง่ของจิตเวชเด็ก คำว่า "เด็กพิเศษ" เป็นคำจำกัดความที่กว้างขวางและครอบคลุมหลายภาวะ ทั้งภาวะบกพร่องทางสติปัญญา ออทิสติก สมาธิสั้น หรือความผิดปกติในการควบคุมอารมณ์ ซึ่งไม่ใช่คำวินิจฉัยเดียวที่จะตัดสินได้ทุกเรื่อง สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การรีบตีตราว่าเด็กพิเศษอันตรายหรือสรุปว่าทำอะไรก็ไม่ผิด แต่ต้องประเมินอย่างละเอียดว่าเด็กเข้าใจผิดชอบชั่วดีแค่ไหน สามารถควบคุมแรงกระตุ้นได้เพียงใด และผู้ดูแลได้ป้องกันความเสี่ยงอย่างเพียงพอแล้วหรือไม่

ธรรมชาติของสมองเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ โดยเฉพาะสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่เป็น "ระบบเบรกของชีวิต" ในการวางแผน ยับยั้งชั่งใจ และประเมินความเสี่ยง ซึ่งจะพัฒนาไปจนถึงช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ดังนั้นผู้ใหญ่จึงไม่ควรฝากกุญแจรถหรืออาวุธไว้กับมือเด็กที่ระบบเบรกยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ การมองเหตุการณ์นี้ไม่ควรจับจ้องเพียงแค่ตัวเด็ก แต่ต้องมองภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่บริบทภายในบ้าน ถนนหนทาง การดูแลของครอบครัว ไปจนถึงระบบความปลอดภัยของสังคม เพราะเหตุการณ์ความสูญเสียมักเกิดจากรอยรั่วหลายจุดที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

คำตอบที่ชัดเจนต่อคำถามว่าเด็กพิเศษทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิดชอบจริงหรือไม่ คือ "ไม่จริง" โดยเฉพาะในแง่ของความเป็นมนุษย์และสังคมที่เด็กต้องได้รับการประเมิน ฟื้นฟู และวางแผนความปลอดภัย ขณะที่ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องต้องถูกตรวจสอบในเรื่องความบกพร่องของการดูแลและการป้องกันความเสี่ยง ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ใช่การเลือกระหว่างการลงโทษหรือความสงสาร แต่เป็นการยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวผู้สูญเสีย การดูแลเด็กอย่างเหมาะสม และการสร้างสังคมที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์และเพจต่างๆ ได้มีการตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดถึงพฤติกรรมการขับขี่ของเด็ก โดยจากข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนระบุว่า รถที่เด็กใช้ก่อเหตุเป็นรถเกียร์ธรรมดาหรือ "เกียร์กระปุก" ซึ่งมีความยากในการควบคุมสูงมากและต้องอาศัยทักษะการเลี้ยงคลัตช์ที่ซับซ้อน ขนาดผู้ใหญ่ปกติทั่วไปที่ขับรถมานานหากไม่ชำนาญรถยังกระตุกดับได้ง่ายๆ ลำพังเพียงกำลังและความสามารถของเด็กวัย 11 ขวบ ไม่น่าจะประคองรถประเภทนี้ออกสู่ท้องถนนใหญ่ได้ด้วยตัวเอง ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากปักใจเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ต้องมีผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองเป็นคนคอยหัดคอยสอนให้ขับอย่างแน่นอน ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าผู้ดูแลปล่อยปละละเลยและต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความสูญเสียครั้งนี้อย่างเต็มประตู

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...