เตือนคนกรุงรีบไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ บ่าย-ค่ำ เสี่ยงฝนถล่ม 60 %
กรมอุตุฯ และ สทนช. ประกาศเตือนภัยยาวถึง 3 ก.ค. นี้ ไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ตะวันออก และใต้เสี่ยงสูงสุด
วันนี้ 28 มิ.ย. 2569 ใครจะไปเลือกตั้ง ในกทม. ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส พรุ่งนี้ถึงพฤหัสบดียังมีฝนบางแห่ง ส่วนใหญ่ตกบ่ายถึงค่ำ ในช่วงวันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางเขต แนะไปก่อนค่ำ เลี่ยงฝนตก
วันนี้ 28 มิถุนายน 2569 ทุกภาคทั่วไทยเสี่ยงตกหนัก
- เหนือ : ตาก กำแพงเพชร
- อีสาน : หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม
- กลาง : นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี
- ตะวันออก : จันทบุรี ตราด
- ใต้ : ชุมพร สุราษฎร์ธานี และตกหนัก ถึง หนักมากที่จังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
ประกาศเตือนภัย 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69: ฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วไทย
กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 4 เตือนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและอีสานตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณ
ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว
ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่
ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรงในช่วงวันที่ 29 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือ ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย
สำนักงานทรัพยกรน้ำแก่งชาติเตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก วันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 ได้แก่ น่าน พะเยา ตาก บึงกาฬ จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต ตรัง สตูล
ข้อควรระวังและแนวทางปฏิบัติ
- หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: อยู่ห่างจากป้ายโฆษณา สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง และต้นไม้ใหญ่ในช่วงที่มีลมกระโชกแรง
- ระวังภัยจากน้ำท่วมขัง: พื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนเมืองที่ระบายน้ำไม่ทัน ควรเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน
- เช็กเส้นทางก่อนเดินทาง: ตรวจสอบสภาพจราจรและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีสิ่งกีดขวางจากพายุเมื่อวันก่อน เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันนี้
ย้อนรอยวาตภัย “วันศุกร์แห่งชาติ” ทำคนกรุงกังวล
สาเหตุที่ประชาชนมีความกังวลเรื่องสภาพอากาศในวันนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย. 2569 )ที่ผ่านมา เกิดพายุฝนพัดถล่มรุนแรงในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ จนสร้างความเสียหายอย่างหนัก:
ถ.ฉลองกรุง ย่านลาดกระบัง พายุพัดเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาดกว่า 40 ต้น ทับรถยนต์เสียหายกว่า 30 คัน มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เกิดไฟดับเป็นวงกว้างและอินเทอร์เน็ตล่ม ล่าสุดเช้านี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้ายยังคงระดมรถเครนเร่งเคลียร์พื้นที่ คาดเปิดการจราจรได้ภายในวันนี้ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางฉลองกรุงไปก่อน
ตรงข้ามโฮมโปร พระราม 3 เกิดเหตุผ้าใบจากอาคารก่อสร้างปลิวไปติดสายไฟ ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้
ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม (ขาเข้าจากสะพานภูมิพล 1) ลมกระโชกแรงพัดแผ่นอะคริลิคหลุดแตกกระจายเกลื่อนพื้นผิวจราจร
คาดการณ์สภาพอากาศเดือนกรกฎาคม 2569
ช่วงต้นและกลางเดือน ปริมาณและการกระจายของฝนยังคงมีน้อยโดยจะมีฝนร้อยละ 20 –30ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ และจะก่อให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยยังคงมีกำลังอ่อน จากนั้นในช่วงครึ่งหลัง ของเดือนกรกฎาคม ปริมาณและการกระจายของฝนจะมีเพิ่มมากขึ้นและต่อเนื่อง
กับจะมีฝนหนักถึงหนักมากในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทย จะกลับมามีกำลังแรงขึ้นประกอบกับในบางช่วงจะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณตอนบนของทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน
สรุปเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะใกล้เคียงค่าปกติ ยกเว้น ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 20 ในขณะที่ภาคอีสานจะสูงกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 องศาเซลเซียส