โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ ‘Generation Rent’ แบกพ่อแม่ขึ้นหลังไม่ไหว ทางตันความกตัญญู ในยุคที่ทุกอย่างแพงกว่าอนาคต

The Momentum

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

พ่อแม่จำนวนไม่น้อยลงทุนกับการศึกษาของลูก เพราะเชื่อมั่นว่าใบปริญญาจะสร้างงานดีๆ เงินเดือนสูงๆ ให้ลูกได้ และลูกจะกลับมาเป็นทั้งหลังพิงและเสาหลักให้กับพวกเขายามแก่ชรา

ขณะที่ลูกๆ โดนความจริงตบหน้าหลังเรียนจบ บัณฑิตปริญญาตรีเงินเดือนสตาร์ทที่ 9,000-1.2 หมื่นบาท ยังมีให้เห็นในหลายตำแหน่งงานที่ประกาศรับสมัคร แค่จะก้าวขาเข้าไปให้ถึงเงินเดือนขั้นต่ำยังยาก

ยิ่งในคนที่ล้มลุกคลุกคลานกับระบบการจ้างงานที่ไม่มั่นคง พวกเขาต้องพยายามอย่างมากที่จะมีชีวิตรอดในยุคที่อาชีพเดียวไม่สามารถเลี้ยงชีวิตให้รอดได้ บางคนกลางวันทำงานประจำ กลางคืนขับเดลิเวอรีจนเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ดิ้นรนสุดชีวิต แต่ถึงอย่างนั้น ทำงานไปจนอายุเหยียบ 30 ปี เงินเดือนอาจจะยังไม่ถึง 3 หมื่นบาทด้วยซ้ำ ห้องก็ต้องเช่า รถก็ต้องส่ง หนี้บัตรเครดิต หนี้ กยศ.ก็ต้องจ่าย ร้ายที่สุด ซื้อเสื้อผ้าใส่ไปทำงานดีๆ สักตัวอาจต้องซื้อก่อนผ่อนทีหลังกับ Shopee หรือ Lazada อยู่เลย

การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์กลายเป็นเรื่องที่ฝันไปก็เท่านั้น ในเมื่อภาระค่าใช้จ่ายทุกเดือนรัดตึงจนเป็นเรื่องยากที่ Generation Rent หลายคนจะขยับสร้างความมั่นคงให้ตัวเอง

แล้วทีนี้ ลูกที่ดูแลชีวิตตัวเองยังเซไปเซมาทุกเดือน จะแบกพ่อแม่แก่ชราที่ไม่ได้วางแผนการเงินหลังเกษียณอย่างไร

มองให้ลึกเข้าไปใน ‘Generation Rent’

เทรนด์คนรุ่นใหม่ทั่วโลกรวมถึงในไทย กำลังหันไป ‘เช่า’ มากกว่าซื้ออย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาถูกมองว่าเป็น ‘Generation Rent’ โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z ที่กำลังเติบโตและสร้างเนื้อสร้างตัวท่ามกลางอสังหาฯ ราคาสูงลิ่ว ที่ดินในเมืองก็แพงจนมนุษย์เงินเดือนเข้าไม่ถึง ไหนจะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ราคาอาหารเครื่องดื่มและสินค้าที่แข่งกัน Overpriced จนเป็นเรื่องปกติ

ทุกอย่างรอบตัว Generation Rent ราคาแพงเกินจริง บีบให้การเช่าบ้านและคอนโดมิเนียมกลายเป็นความยืดหยุ่นไม่กี่อย่างในชีวิตที่พวกเขาเลือกได้ การเช่าทำให้พวกเขาไม่ต้องแบกรับหนี้ระยะยาว 30-40 ปีขึ้นหลังอีกอย่าง หลายคนจึงมองว่า การเช่าสร้างอิสระให้กับชีวิตได้มากกว่า

ข้อมูลจากแบบสอบถามของDDproperty and Think of Livingระบุว่า เหตุผลที่ผู้เช่าส่วนใหญ่ตัดสินใจเช่านั้น มากกว่า 1 ใน 3 (37%) ต้องการออมเงินเพื่อจุดประสงค์อื่น จึงเลือกเช่าเพื่อลดค่าใช้จ่าย รองลงมาคือ ชอบความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตเมื่อเช่า 26% และ 21% ไม่มีเงินพอที่จะซื้อบ้านหรือคอนโดฯ ในตอนนี้ ตลาดเช่าที่อยู่อาศัยจึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคอนโดฯ ครองตลาดเช่าสูงสุดถึง 85% รองลงมาคือบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ยิ่งค่าเช่าไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อเดือน ยิ่งได้รับความนิยมจากผู้เช่า

ความมั่นคงในชีวิตแบบที่จะต้องมีอสังหาฯ ชิ้นใหญ่เป็นของตัวเองเหมือนคนรุ่น Baby Boomer หรือ Gen X อาจไม่ใช่ทางเลือกในหัวคนรุ่นใหม่อีกต่อไป

ไม่ใช่แค่อสังหาฯ ชิ้นใหญ่สำนักข่าว The Standardยังสำรวจ ‘Rental Economy’ หรือ เศรษฐกิจการเช่า พบข้อมูลน่าสนใจว่า ตลาดเช่าสินค้าไลฟ์สไตล์โตวันโตคืนทั่วโลก มูลค่าการเช่าสินค้าไลฟ์สไตล์ของโลกมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยราว 21% ต่อปี ในช่วงปี 2022-2026 สำหรับประเทศไทย ผลสำรวจผู้บริโภคกว่า 2,300 คน พบว่า สินค้าที่คนไทยนิยมเช่ามากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือสินค้าแฟชั่น มีสัดส่วน 62% อันดับ 2 คืออุปกรณ์จัดงาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเสียง อันดับ 3 คืออุปกรณ์กีฬาและสินค้าเทคโนโลยีที่มีราคาสูง

การเช่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

แต่ในแง่หนึ่ง การเช่าสะท้อนแรงกดดันทางการเงินที่คน Gen Y และ Gen Z กำลังเผชิญ เมื่อรายได้เติบโตไม่ทันค่าครองชีพที่สูงแซงหน้า และบางคนแบกทั้งพ่อแม่และลูกตัวเองอยู่บนหลัง ดูแลคน 2 รุ่นด้วยเงินเดือนชนเดือนจนหลังแอ่น ปัจจัยเหล่านี้ผลักให้ Generation Rent เช่าทุกอย่างที่ทำได้มากกว่าซื้อ

การเป็นเจ้าของอสังหาฯ กลายเป็นเรื่องที่ฝันไปก็เท่านั้น ในเมื่อภาระค่าใช้จ่ายทุกเดือนรัดตึงจนเป็นเรื่องยากที่ Generation Rent จะขยับสร้างความมั่นคงให้ตัวเอง

ทางตันความกตัญญู: บ้านก็ไม่มี พ่อแม่ก็แบกไม่ไหว

เคยมีนักศึกษาจบใหม่คนหนึ่งโทรศัพท์ไปปรึกษาโค้ชหนุ่มจาก The Money Coach Podcast ว่า หลังจากที่เขาเรียนจบ พ่อแม่ของเขาเลิกทำงานด้วยความหวังว่า First Jobber อายุ 23 ปี เงินเดือน 1.5 หมื่นบาท จะหาเลี้ยงพวกเขากลับบ้าง ลูกที่ยังไม่ทันจะเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว เจอกับดักความกตัญญูอ้าแขนรอทันทีที่ก้าวเข้าสู่โลกของการเป็นผู้ใหญ่

ขณะที่กลุ่มคนที่เป็นเดอะแบกของครอบครัววัยทำงาน 20 ปลายๆ หรือ 30 กลางๆ หลายคนก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ เช่าห้องเช่าเล็กๆ ที่พออยู่ได้ในราคาที่จ่ายไหว แล้วส่งเงินกลับบ้านให้พ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัด จนแทบไม่เหลือเงินสำหรับใช้ส่วนตัว เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับครอบครัวไม่ให้ถูกตราหน้าว่าอกตัญญู

ลูกที่เป็นเดอะแบกหลายคนนอกจากตะเกียกตะกายสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ตนเองไม่ได้แล้ว พวกเขายังไม่กล้าใช้ชีวิตให้มีความสุขด้วยซ้ำ การมีเงินไม่มากพอ ทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่กลายเป็นเดอะแบกด้วย เป็น Generation Rent ด้วย ใช้ชีวิตเป็นกระเป๋าสตางค์ให้ครอบครัว

ลูกในประเทศยากจนอีกไม่น้อยก็อยู่บนความคาดหวังแบบเดียวกัน ในหนังสือเศรษฐศาสตร์ความจน (Poor Economics) ของ อภิจิต แบนเนอร์จี (Abhijit Banerjee) และเอสเทอร์ ดูฟโล (Esther Duflo) เล่าถึง ซูดาร์โน (Pak Sudarno) คนขายของเก่าในสลัมแห่งหนึ่งที่อินโดนีเซีย เขามีลูกมากถึง 9 คน ทั้งที่ชีวิตยากจนพอสมควร ซูดาร์โนอธิบายว่า เขามีลูกมากขนาดนี้เพราะมั่นใจว่า ต้องมีลูกอย่างน้อย 2 คน มีชีวิตที่ดีและสามารถดูแลเขายามแก่เฒ่าได้ ซึ่งแตกต่างจากพ่อแม่ในประเทศร่ำรวยที่วางแผนการเงินหลังเกษียณ ชีวิตวัยชราของพ่อแม่กลุ่มนี้จึงไม่ผูกอยู่กับความกตัญญูของลูก

ความเปราะบางทางการเงินของลูกวัยสร้างตัว กับพ่อแม่ชราไร้แผนการเงินในวัยเกษียณในไทย เป็นโจทย์ยากที่กำลังพาคนทั้งครอบครัวจมน้ำไปด้วยกัน ในวันที่ค่าครองชีพพุ่งสูงกว่าค่าแรง ความเชื่อเรื่องความกตัญญูที่ว่า พ่อแม่เลี้ยงดูลูกและวันหนึ่งลูกจะดูแลพ่อแม่ตอบแทน ซึ่งฝังรากอยู่ในสังคมไทยมาอย่างแข็งแกร่งกำลังสั่นคลอน ในเมื่อบิลค่าความกตัญญูแต่ละเดือนเองก็ต้องใช้เงินไม่น้อย

คำถามอาจไม่ใช่ว่า คนรุ่นใหม่กตัญญูน้อยลงหรือไม่ แต่อาจเป็นเพราะพวกเขากำลังพยายามทำหน้าที่เดิมภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อ Generation Rent ยังไม่มีบ้านของตัวเอง ไม่มีหลักประกันหรือเงินสำรองในชีวิต และยังมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองอีกด้วย เป็นความเจ็บปวดที่กัดกินใจลูกหลายคนอยู่ลึกๆ

สิ้นเดือน เงินเดือนก้อนใหม่โอนเข้าบัญชีลูกในตอนเช้า และบางส่วนถูกโอนออกไปยังบัญชีพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดในตอนบ่าย เงินจำนวนไม่มากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตใครถูกใช้วนลูปแบบนี้ทุกเดือน ความหวังตอนแก่ชราที่พ่อแม่เคยฝากไว้กับลูก จึงเริ่มหนักเกินกว่าที่คนคนหนึ่งจะแบกรับไว้เพียงลำพัง

ในวันที่คน 2 รุ่นต่างเผชิญกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจพร้อมกัน บางทีคำถามที่สังคมไทยควรถามไม่ใช่ว่า “ลูกดูแลพ่อแม่ได้ดีพอหรือยัง” แต่ควรเป็น “เรากำลังปล่อยให้ความกตัญญูกลายเป็นรัฐสวัสดิการทางเลือกอยู่หรือไม่”

สังคมไทยจะปล่อยให้ครอบครัวรับภาระนี้เพียงลำพังต่อไปแบบนี้หรือไม่ การแบกภาระหลายอย่างไว้บนหลังของ Gen Y และ Gen Z ทำให้ประชากรเกิดน้อยลงอย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยโครงสร้างสังคมเช่นนี้ ก็ทำให้พวกเขาไม่กล้ามีลูก

นี่เป็นโศกนาฏกรรมเงียบที่สุดของคนรุ่นนี้

ไม่ใช่พวกเขาไม่รักพ่อแม่ แต่พวกเขาไม่มีเงินมากพอที่จะดูแลและแบกพ่อแม่ไว้บนหลังได้อย่างที่ใจต้องการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...