สรุปผลประชุมอาเซียน-เมียนมา อาเซียนย้ำฉันทมติ 5 ข้อ ไทยหนุนเปิดช่องเจรจา
มาเรีย เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ และผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา พร้อมด้วย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของไทย แถลงผลการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างอาเซียนกับเมียนมา โดยย้ำว่า อาเซียนยังคงยึดฉันทมติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus) เป็นกรอบหลักในการแก้ไขวิกฤตเมียนมา ที่จำเป็นต้องผลักดันให้เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม
ประเด็นสำคัญ
- ฟิลิปปินส์กล่าวอะไรบ้าง
- จุดยืนของไทย
- ประเด็นถาม-ตอบที่น่าสนใจ
ฟิลิปปินส์กล่าวอะไรบ้าง
เมื่อวานนี้ (12 กรกฎาคม) ลาซาโรระบุว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 ที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาแบบพบหน้ากัน โดยฝ่ายเมียนมาได้บรรยายสรุปถึงสถานการณ์ล่าสุดภายในประเทศ รวมถึงความพยายามในการดำเนินการตามประเด็นสำคัญของฉันทมติ 5 ข้อ ตลอดจนการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด
รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์กล่าวว่า เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ในฐานะประธานการประชุมอาเซียนครั้งที่ 48 เน้นย้ำว่า เมียนมายังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของอาเซียน ขณะที่ภูมิภาคยังให้ความสำคัญกับการยุติความรุนแรง การส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ และการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ขณะนี้ ฟิลิปปินส์รับทราบแล้วว่า เมียนมาได้พยายามเชิญทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจา มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังบางส่วน รวมถึงย้าย ออง ซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ ไปยังสถานที่พักอาศัยที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม อาเซียนยังเรียกร้องให้เมียนมาดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการลดความรุนแรงต่อประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน พร้อมทั้งเห็นว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ออง ซาน ซูจี จะเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการเจรจาทางการเมืองที่ครอบคลุม
ในด้านความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ลาซาโรเปิดเผยว่า ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา เธอมีแผนเดินทางเยือนเมียนมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อหารือการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยจะร่วมกับศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (AHA Centre) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จุดยืนของไทย
ส่วนสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยสนับสนุนแนวทาง ‘การกลับมามีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไป’ (Calibrated Re-engagement) โดยยังคงยึดหลักฉันทมติ 5 ข้อ แต่ให้ความสำคัญกับการกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ฉันทมติดังกล่าวเกิดผลในทางปฏิบัติ
สีหศักดิ์ระบุว่า การมีส่วนร่วมดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ อาเซียนต้องเปิดพื้นที่รับฟังข้อมูลและพัฒนาการจากเมียนมา ขณะที่เมียนมาต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ เพราะเป้าหมายร่วมกันคือการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา
สีหศักดิ์กล่าวว่า ระหว่างการประชุม อู ติน หม่อง ส่วย รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพ การดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดน รวมถึงแนวทางเดินหน้ากระบวนการสันติภาพในระยะต่อไป
ทั้งนี้ อาเซียนได้แจ้งความคาดหวังต่อเมียนมาใน 4 ประเด็น ได้แก่ การขยายพื้นที่สำหรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การลดความรุนแรงโดยเฉพาะต่อพลเรือน การเดินหน้าการเจรจาทางการเมืองที่ครอบคลุมทุกฝ่าย และการสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่เอื้อต่อการปรองดอง เช่น การปล่อยตัวนักโทษการเมืองเพิ่มเติม และความคืบหน้าเชิงบวกเกี่ยวกับ ออง ซาน ซูจี
อนึ่ง ไทยย้ำว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการมีส่วนร่วมกับเมียนมา และอาเซียนจะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันให้เมียนมากลับคืนสู่สันติภาพ เสถียรภาพ และสามารถกลับมามีบทบาทอย่างเต็มรูปแบบในครอบครัวอาเซียนอีกครั้ง
ประเด็นถาม-ตอบที่น่าสนใจ
ฟิลิปปินส์ระบุว่า อาเซียนไม่ได้กำหนดเส้นตายเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองของเมียนมา โดยมองว่า เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ส่วนไทยระบุว่า การประชุมอาเซียนปลายปี 2026 จะเป็นจุดสำคัญในการประเมินว่า เมียนมามีความคืบหน้ามากแค่ไหน พร้อมจะพิจารณาสถานะการเข้าร่วมประชุมของเมียนมาต่อไป
เมื่อถูกถามถึงสถานะของ ออง ซาน ซูจี รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาตอบคำถามว่า เธอมีสุขภาพแข็งแรงและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ส่วนทางการไทยระบุว่า ได้ขอให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียนมีโอกาสเข้าพบอดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา เพื่อยืนยันข้อมูลดังกล่าวด้วยตนเอง
ไทยยังเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างดำเนินการหารือเพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนไทย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
สำหรับประเด็นมุมมองของประเทศในอาเซียนต่อเมียนมา ฟิลิปปินส์ระบุว่า หลายประเทศยังมีมุมมองแตกต่างกัน บางชาติเริ่มปรับความสัมพันธ์กับรัฐบาลชุดใหม่ ขณะที่บางประเทศยังไม่พร้อมให้การยอมรับ เนื่องจากยังต้องพิจารณาความคืบหน้าตามฉันทมติ 5 ข้อ
ขณะที่ทางการไทยระบุว่า ประเทศมองไปความคืบหน้ามากกว่าการถกเถียงเรื่องความชอบธรรมของการเลือกตั้ง โดยหวังให้รัฐบาลเมียนมาใช้ผลการเลือกตั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ การเจรจา และการสร้างเสถียรภาพในประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของอาเซียน
ภาพ:กระทรวงการต่างประเทศ