โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่เจอ ไม่สุด ก็ไม่หยุด! สรุปไทม์ไลน์ปรับแผนตามหา ‘สีส้ม’ แมวพิการหายบนรถไฟ

เดลินิวส์

อัพเดต 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 2.40 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สรุปไทม์ไลน์ภารกิจติดตามหา “สีส้ม” แมวพิการที่หายไปปริศนาจากขบวนรถไฟ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น อุปสรรคระหว่างการค้นหา จนถึงเบาะแสจากบุคคลปริศนา ลั่นไม่เจอ ไม่สุด ก็ไม่หยุด จะไม่ยุติการค้นหาเป็นอันขาด

ผ่านพ้นไปแล้วเกือบ 15 วัน สำหรับปฏิบัติการค้นหา “สีส้ม” แมวพิการเพศเมีย วัย 6 ปี ที่หายไปจากขบวนรถไฟที่ 170 เส้นทางยะลา–สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยนายพีระบุญ เจริญวัย หรือ “ปุ๋ม” ประธานมูลนิธิ The Hope Thailand พร้อมด้วยทีมงานอาสา ยังคงปักหลักลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

11 วันตามหา ‘สีส้ม’ แมวพิการยังไร้เงา เจ้าของหอบของใช้ส่วนตัวให้สุนัขดมเพิ่ม

หากย้อนดูประวัติชีวิตของสีส้ม น้องผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาแล้วถึง 3 ครั้ง เริ่มจากครั้งที่ยังเด็กเคยตกตึก 3 ชั้นจนกระดูกร้าวแต่รักษาจนหายดี ครั้งที่สองน้องเคยหายออกจากบ้านไป 3 วัน ก่อนจะกลับมาในสภาพตาปูด ส่วนล่างเขียวช้ำและขาห้อยต่องแต่งจนกลายเป็นแมวพิการ และครั้งที่สามคือเหตุการณ์ล่าสุดที่พลัดตกจากรถไฟ

ระหว่างการค้นหา ทีมงานพบเหตุการณ์ชวนระทึกหลายครั้ง ครั้งหนึ่งนายพีระบุญและทีมงานบ้านหลังสุดท้ายของน้องจรจัด ได้ยินเสียงแมวร้อง “เหมียว” หนึ่งครั้งที่ชานชาลา 4 และ 5 เมื่อเข้าไปตรวจสอบระยะ 30 เมตร พบซากงูลอกคราบ เดินต่ออีก 10 เมตรพบอาสากำลังเฝ้าดูรอยเท้าแมวและรอยลากที่พื้น เมื่อเดินลึกเข้าไปอีกเกือบ 100 เมตร ทีมงานอีกชุดที่มาจากชานชาลาอื่นได้เดินมาบรรจบกันตรงกลางชานชาลาที่บรรยากาศเงียบวังเวง ซึ่งจุดนี้เองที่สุนัข K9 ชื่อ “แซนดี้” สัมผัสได้ถึงกลิ่นของสีส้มอย่างชัดเจนจนพยายามมุดเข้าไปในซอก

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ปริศนา เมื่อมีบุคคลลึกลับโทรศัพท์เข้ามาหาหนึ่งในทีมงาน ระบุว่าสีส้มมีกรรมติดตัวจากเหตุการณ์ครั้งที่ 1 และ 2 ซึ่งเขาเอาตัวรอดมาได้ แต่ครั้งนี้เหมือนเจ้ากรรมนายเวรจะไม่ปล่อยไป ต่อมายังมีสายปริศนาโทรฯ มาอีกว่า คนที่จะช่วยสีส้มได้มีเพียงแม่ของเขาเท่านั้น ทำให้ในวันที่มีการนัดปฏิบัติการตามคำบอกของสายปริศนา ชาวบ้านที่มาช่วยต่างแยกย้ายกันกลับเหลือเพียงทีมงานหลัก โดยให้แม่ของสีส้มออกค้นหาเพียงลำพังในชานชาลาที่พบรอยเท้าและซากงู ซึ่งในขณะที่คุณยัง เจ้าของสีส้มกำลังจะมุดเข้าไป จู่ ๆ งูเห่าก็โผล่ออกมา ทำให้การค้นหาในจุดนั้นต้องยุติลงทันที

ด้านนายพีระบุญ วิเคราะห์เหตุการณ์การเจองูเห่าว่า อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สีส้มไม่อยู่ในจุดนั้นแล้ว เนื่องจากแมวมีประสาทสัมผัสไวต่อสัตว์มีพิษมาก อีกทั้งรอยเท้าที่พบในชานชาลา 4-5 ยังดูสดใหม่สอดคล้องกับคราบงูที่เพิ่งลอกใหม่เช่นกัน ส่วนรอยเท้าที่พบในชานชาลา 2-3 ซึ่งแซนดี้ K9 เคยแสดงอาการว่าได้กลิ่นนั้น เป็นจุดที่พื้นที่แคบและคนตัวเล็กเท่านั้นที่เข้าได้ ซึ่งขณะนี้ทีมงานได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดและวางกรงดักพร้อมอาหารและน้ำไว้ในจุดดังกล่าวแล้ว

แม้จะยังไม่พบตัว แต่ทีมงานยืนยันว่าตราบใดที่ยังไม่มีความจริงอื่นปรากฏ ความหวังจะยังคงอยู่และจะไม่ยุติการค้นหาเป็นอันขาด เพราะเป้าหมายคือการกอบกู้ชีวิตของสีส้มให้ได้ โดยนายพีระบุญย้ำทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่นว่า ไม่เจอ ไม่สุด ก็ไม่หยุด และเชื่อมั่นว่าจะต้องได้พบกับสีส้มอีกครั้งอย่างแน่นอน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...