โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สิริพงศ์”ดัน”รถรับส่งนักเรียน”เป็นวาระแห่งชาติ เล็งกันรายได้ป้ายวงกลมตั้งกองทุน ยกระดับความปลอดภัยทุกมิติ

Manager Online

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“สิริพงศ์”ยกระดับมาตรฐานรถรับส่งนักเรียน ผลักดันเป็น"วาระแห่งชาติ” บูรณาการทุกส่วนร่วมขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัย สั่งเร่งตรวจสภาพทั่วประเทศก่อนเปิดเทอม เน้นมาตรฐานเบรกให้ปลอดภัยทุกคัน เล็งกันรายได้ภาษีรถตั้ง”กองทุนป้ายวงกลม”ดูแลความปลอดภัยเยาวชน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการประชุมเพื่อบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยทางถนน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จากที่มอบนโยบายกรมการขนส่งทางบก “การยกระดับรถรับส่งนักเรียนให้ได้มาตรฐานสากล” เพื่อให้เด็กและเยาวชน มีสวัสดิภาพและความปลอดภัยสูงสุด แต่เนื่องจากมาตรการด้านความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน จึงต้องผลักดัน “รถโรงเรียน” ให้เป็นวาระแห่งชาติ และเตรียมเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดมาตรฐานรถโรงเรียนให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล รวมถึงพัฒนาระบบฐานข้อมูล Big Data เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อใช้กำกับดูแลรถรับ-ส่งนักเรียนทั่วประเทศ

โดยกระทรวงศึกษาธิการ จะสำรวจความต้องการการใช้รถโรงเรียนของสถานศึกษา พร้อมปลูกฝังความรู้ด้านความปลอดภัยแก่เด็กและผู้ปกครอง รวมถึงคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีมาตรฐาน ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเข้ามากำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ด้านกระทรวงมหาดไทยจะดูแลการจัดระเบียบจุดรับ-ส่งและการบูรณาการระดับพื้นที่ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขจะเข้ามาวางแนวทางช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินและตรวจสุขภาพความพร้อมของคนขับรถโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

โดยที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบก ได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดทำฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียน ผ่านเว็บไซต์ schoolbussafety.dlt.go.th ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาต่อยอดการจัดการรถรับส่งนักเรียนอย่างปลอดภัย และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของรถรับส่งนักเรียนก่อนเปิดภาคการศึกษา ได้มีการสั่งการไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัดให้ขอความร่วมมือสถานศึกษาในการนำรถรับส่งนักเรียนเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบห้ามล้อ (ระบบเบรก) ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงที่ผ่านมา โดยหากทดสอบไม่ผ่าน ให้เร่งทำการแก้ไขก่อนนำรถไปใช้รับส่งนักเรียนในช่วงเปิดภาคการศึกษาต่อไป

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดนำงบประมาณบางส่วนจากรายได้ภาษีรถประจำปี เงินเพิ่ม และค่าธรรมเนียม หรือที่เรียกว่า “กองทุนป้ายวงกลม” ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจัดเก็บและส่งคืนให้ท้องถิ่น มาสนับสนุนมาตรการด้านความปลอดภัยรถนักเรียน โดยเสนอให้กันรายได้ประมาณ 5% เพื่อใช้พัฒนารถรับ-ส่งนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการติดตั้งอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัย การติดสัญลักษณ์ “เด็กอยู่ในรถ” ไฟสัญญาณกระพริบ และระบบติดตามผ่านแอปพลิเคชัน

“อีกเป้าหมายคือการบูรณาการรถรับส่งนักเรียนที่ยังอยู่นอกระบบ ให้เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้รถทุกคันผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ให้นำบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุก รวมทั้งเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดให้การจัดรถรับส่งนักเรียน โดยเฉพาะสำหรับเด็กยากจนและด้อยโอกาส เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมและปลอดภัย”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...