โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายตื่นมาเวียนหัว พบสมองขาดเลือด แพทย์เตือน 5 อาการร่วมที่ผิดปกติ

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ชายตื่นมาเวียนหัวรุนแรง บ้านหมุน พบภาวะหลอดเลือดสมองส่วนหลังตีบ แพทย์เตือน หากเวียนศีรษะร่วม 5 อาการผิดปกติ อย่าคิดว่าเป็นแค่โรคหินปูนในหูชั้นใน

ชายวัย 63 ปีรายหนึ่งตื่นนอนแล้วเกิดอาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรง รู้สึกเหมือนโลกหมุน พร้อมมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ และการได้ยินหูขวาลดลงอย่างชัดเจน ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงอาการผิดปกติของหูชั้นใน จึงนอนพัก แต่เมื่ออาการไม่ดีขึ้นจึงรีบไปโรงพยาบาล ก่อนพบว่าแท้จริงแล้วเป็น “โรคหลอดเลือดสมองบริเวณสมองน้อย” หรือ “ภาวะหลอดเลือดสมองส่วนหลังตีบ”

นพ.หลี่ซวินหัว หัวหน้าแผนกประสาทวิทยา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์ไทเป ระบุว่า โรคหลอดเลือดสมองส่วนหลังมักแสดงอาการหลักเป็นอาการเวียนศีรษะ เนื่องจากหลอดเลือดบางส่วนที่ไปเลี้ยงสมองน้อยและหูชั้นในมีความเชื่อมโยงกัน เมื่อเกิดการอุดตัน ผู้ป่วยอาจมีอาการเวียนหัว สูญเสียการได้ยิน หรือคลื่นไส้ร่วมกัน จึงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะหูดับเฉียบพลันหรือเส้นประสาททรงตัวอักเสบ

สำหรับผู้ป่วยรายนี้ นอกจากเวียนศีรษะแล้ว ยังพบอาการลำตัวเอียงขณะนั่ง มือไม่สามารถชี้เป้าหมายได้แม่นยำ รวมถึงมีอาการชาบริเวณใบหน้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อตรวจเพิ่มเติมจึงพบว่าเป็นภาวะสมองน้อยด้านขวาขาดเลือดเฉียบพลัน

นพ.หลี่ซวินหัวกล่าวว่า หลายคนเมื่อมีอาการเวียนศีรษะ มักนึกถึงโรคเกี่ยวกับหูชั้นในก่อน เช่นเดียวกับผู้ป่วยรายนี้ที่มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูงและเบาหวาน อีกทั้งควบคุมอาการได้ไม่ดี จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นเมื่อเกิดอาการเวียนศีรษะรุนแรงกะทันหัน จึงไม่ควรมองว่าเป็นเพียงโรคหูทั่วไป

โชคดีที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาต้านเกล็ดเลือดและให้น้ำเกลืออย่างทันท่วงที พร้อมเข้ารับการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้อาการดีขึ้นอย่างชัดเจนภายในไม่กี่สัปดาห์ การเดินเริ่มกลับมาทรงตัวได้ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ

แพทย์อธิบายเพิ่มเติมว่า อาการเวียนศีรษะส่วนใหญ่มักเป็นโรคที่ไม่รุนแรง และสามารถรักษาได้ด้วยยา การทำกายภาพฟื้นฟูระบบการทรงตัว หรือการจัดตำแหน่งหินปูนในหู แต่บางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับโรคอันตราย เช่น โรคหลอดเลือดสมองหรือเนื้องอกในสมอง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจระบบประสาท รวมถึงอาจต้องทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ MRI เพื่อยืนยันการวินิจฉัย

นพ.หลี่ซวินหัวเตือนว่า หากมีอาการเวียนศีรษะร่วมกับสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่

  • เวียนศีรษะไม่หายหรือมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
  • เดินไม่มั่นคง หรือแขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง
  • มองเห็นภาพซ้อน ตามัว หรือพูดไม่ชัด
  • ปวดศีรษะรุนแรงมาก โดยเฉพาะลักษณะ “ปวดที่สุดในชีวิต”
  • มีปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

แพทย์ย้ำว่า แม้อาการเวียนศีรษะจะไม่ได้หมายถึงโรคร้ายแรงเสมอไป แต่หากอาการไม่ดีขึ้นและมีความผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์โดยเร็วที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชายตื่นมาเวียนหัว พบสมองขาดเลือด แพทย์เตือน 5 อาการร่วมที่ผิดปกติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...