โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักพืชชนิดใหม่ของโลก เศวตนาด้วง พรรณไม้ล้มลุก จากป่าโคกผาดำ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รู้จักพืชชนิดใหม่ของโลก เศวตนาด้วง พรรณไม้ล้มลุก จากป่าโคกผาดำ

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม คณะนักวิจัยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับนักพฤกษศาสตร์ สกอตแลนด์ ประสบความสำเร็จในการค้นพบและตีพิมพ์พืชชนิดใหม่ของโลก“เศวตนาด้วง” (Sawet Na Duang) หรือ“ดาวสร้อยไข่มุก” พรรณไม้ล้มลุก เด่นบริเวณด้านล่างของอับเรณูที่มีขนแบบเซลล์เรียงต่อกันคล้ายสร้อยไข่มุก หรือโซ่ทรงกลมขนาดเล็กเชื่อมต่อกัน ซึ่งค้นพบในระบบนิเวศเขาหินปูน อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย พร้อมเตรียมผลักดันมาตรการอนุรักษ์พื้นที่นอกเขตป่าคุ้มครอง (OECMs) และการจัดทำธนาคารเมล็ดพรรณพืชเพื่อปกป้องพืชถิ่นเดียวที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้อย่างยั่งยืน

เศวตนาด้วง

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การค้นพบครั้งสำคัญนี้ได้รับการตีพิมพ์ระดับสากลในวารสารทางวิชาการ Thai Forest Bulletin (Botany) ปี 2026 ฉบับที่ 54(1) ซึ่งได้เผยแพร่ในระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 โดยเป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง ดร.สุคนธ์ทิพย์ ศิริมงคล และ ดร.นัยนา เทศนา จากกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ Dr. David J. Middleton นักพฤกษศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญพืชวงศ์ชาฤาษี (Gesneriaceae) แห่งโครงการพรรณพฤกษชาติประเทศไทย (Flora of Thailand) จากสวนพฤกษศาสตร์เอดินบะระ สกอตแลนด์ (Royal Botanic Garden Edinburgh)

เศวตนาด้วง

สำหรับ “เศวตนาด้วง” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sirim. จัดอยู่ในวงศ์ชาฤาษี (Gesneriaceae) โดยคำระบุชนิด “moniliformis” สื่อถึงลักษณะเด่นบริเวณด้านล่างของอับเรณูที่มีขนแบบเซลล์เรียงต่อกันคล้ายสร้อยไข่มุก หรือโซ่ทรงกลมขนาดเล็กเชื่อมต่อกัน พืชชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกปีเดียว มีความสูงได้ถึง 17 เซนติเมตร ใบเรียงตรงข้าม โดยใบคู่แรกจะเจริญเติบโตเต็มที่เพียงใบเดียว ส่วนใบคู่ที่สองมีขนาดเล็ก ออกดอกเป็นช่อกระจุกจำนวน 2-8 ช่อ โดยแต่ละช่อมี 2 ดอก ออกตามซอกใบ หรือช่อดอกล่างสุดออกติดโคนเส้นกลางใบ ลักษณะดอกเป็นรูประฆังสีขาว (คำว่า เศวต แปลว่า ขาว) มีความยาว 4-5 มิลลิเมตร ประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ โดย 2 กลีบด้านบนม้วนงอ ส่วน 3 กลีบด้านล่างมีปลายแผ่ออก และมีเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์จำนวน 2 อัน ทั้งนี้ ทีมสำรวจพรรณไม้ภายใต้โครงการวิจัยความหลากหลายของพันธุ์พืชในระบบนิเวศเขาหินปูน ได้เก็บตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบ (Holotype) หมายเลข Naiyana et al. 2974 ซึ่งปัจจุบันได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย ณ หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (BKF)

เศวตนาด้วง

ในด้านสถานการณ์และถิ่นที่อยู่ ปัจจุบัน“เศวตนาด้วง” ถูกจัดให้เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย (Endemic species) ที่มีความเสี่ยงและน่าเป็นห่วง เนื่องจากพบกระจายพันธุ์เฉพาะพื้นที่เขาหินปูนขนาดเล็ก บริเวณในพื้นที่อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกผาดำเท่านั้น จากการสำรวจพบประชากรหนาแน่นน้อยมากเพียงประมาณ 100-150 ต้น บนพื้นที่จำกัดราว 2-3 ตารางเมตร ซึ่งจากการประเมินสถานภาพการอนุรักษ์ตามเกณฑ์ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List) จัดให้พืชชนิดนี้อยู่ในสถานภาพ “ใกล้สูญพันธุ์” (Endangered – EN) เนื่องจากยังไม่พบแหล่งกระจายพันธุ์เพิ่มเติม และพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์คุ้มครอง ทำให้ในช่วงฤดูแล้ง พืชชนิดนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกรบกวนจากการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม คณะนักวิจัยคาดว่าหากมีการสำรวจในแหล่งเขาหินปูนอื่นๆ ในภูมิภาคนี้อย่างเข้มข้น อาจนำไปสู่การค้นพบประชากรเพิ่มเติมได้ แม้ว่าถิ่นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมจะมีอยู่อย่างจำกัดก็ตาม

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเร่งด่วนในการปกป้องพืชชนิดใหม่นี้ โดยเสนอแนวทางการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่บนเขาหินปูนหย่อมเล็กๆ ดังกล่าว ผ่านกลไกการประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง หรือ OECMs (Other Effective Area-based Conservation Measures) ควบคู่ไปกับการเก็บรักษาเมล็ดในธนาคารเมล็ดพรรณพืช (Seed Bank) เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้ำประกันและป้องกันไม่ให้พืชถิ่นเดียวที่มีคุณค่าชนิดนี้ต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จักพืชชนิดใหม่ของโลก เศวตนาด้วง พรรณไม้ล้มลุก จากป่าโคกผาดำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...