ผบ.ตร.ชี้ดุลพินิจ “อดีตตร.” วิจารณ์องค์กรเรียกรับส่วย
ผบ.ตร. ชี้ "อดีตตร." วิจารณ์องค์กร เรียกรับส่วย เป็นดุลพินิจ แอ่นอกรับ หากผิด พร้อมฟันวินัย-อาญา โต้ หากไม่จริงต้องแจงสังคม
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ ถึงการดำเนินคดีกับพ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมกล่าวพาดพิงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)โดยระบุว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมที่มีการเรียกรับผลประโยชน์และเก็บส่วยทั่วประเทศ ว่า ตนเป็นคนไม่ตอบโต้ใคร และไม่ขอระบุชื่อ ซึ่งองค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่กล่าวหากันแบบนี้ ซึ่งฝ่ายกฎหมายต้องพิจารณาเสนอแนะเรื่องขึ้นมาและใช้ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ดำเนินการ ซึ่งเป็นเรื่องที่สตช. ควรกระทำ และไม่ว่าจะเป็นผู้ใดที่วิพากษ์วิจารณ์ ขอให้พึงระลึกว่าสตช.เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ทำงาน มีเงินเดือนเลี้ยงชีพ ส่วนจะคิดถึงองค์กรที่เคยอยู่หรือไม่ต้องใช้ดุลพินิจเอง
เมื่อถามว่าถือว่าฟ้องในเรื่องดังกล่าวช้าไปหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อย่างที่บอกว่าไม่ตอบโต้ใคร แต่อย่าให้ร้ายองค์กร จึงต้องมีมาตรการ โดยมอบให้โฆษกสตช.รับทราบแล้วว่าถ้าเราผิดต้องยอมรับ และให้แนวคิดผู้ใต้บังคับบัญชาผิดก็ต้องยอมรับ เราดำเนินการขั้นเด็ดขาดทางวินัยและอาญา หากเป็นเรื่องไม่จริงต้องให้ข้อเท็จจริงกับสื่อมวลชนและสังคมรับทราบว่าเราทำงานข้อเท็จจริงเป็นแบบไหน สิ่งที่ออกมา
ตามกระแสหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยใช้ใช้วิวัฒนาการเทคโนโลยีข้อเท็จจริง มีวิจารณญาณต้องมีวิจารณญาณและให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเรียกคืนความเชื่อมั่นจากคำกล่าวหาดังกล่าวได้อย่างไร ผบ.ตร.กล่าวว่า สิ่งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดในทางลบ บางมุมมีประโยชน์ ทำให้เราหันกลับมามองตัวเองว่าเป็นตำรวจ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบคำขวัญเพิ่มว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เราเป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมายที่ใกล้ชิดประชาชน มีหน้าที่ดูแลความสงบสุขและความเรียบร้อย ต้องสร้างมาตรฐานให้ได้เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนที่มีต่อตำรวจ ปลอดภัย และจะทำอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยากอันตรายต่างๆจากอาชญากรรม นั่นคือข้อมูลคำพูด สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ก็กลับมาหาตำรวจ จึงควรเปิดใจและรับในสิ่งที่ควรปรับปรุง
ปรับตัวให้ได้ว่ามีหน้าที่อะไรและจะทำอย่างไรให้เกิดความเชื่อมั่น และต้องทำงานตามกฏหมายแบบไหน ตัวเราเองควรจะรู้จักตัวเอง และถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติทุกระดับชั้น
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับ เสียงวิจารณ์ ที่ส่วนใหญ่มักจะมาจากอดีตนายตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว หรือออกจากราชการก่อน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ในอดีต ตำรวจที่เป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง และตำรวจ
ที่พ้นจากราชการไปแล้ว ส่วนใหญ่มองว่านี่คือบ้านหลังหนึ่งที่เคยอยู่อาศัย แต่คำว่าตำรวจไม่ได้หมดไปจากสายเลือด โดยตอบแทนในการช่วยเหลือสนับสนุนภารกิจต่างๆได้เป็นอย่างดี อาจมีบางคนที่ขณะรับราชการอยู่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรผิดหวังหรือไม่มีความสุข พอพ้นไป บางคนมองว่าเรื่องอย่างนี้แค่หาข้อมูลมาพูด แต่จะจริงเท็จแค่ไหนต้องพิสูจน์ ต้องมีกระบวนการที่ร้องทุกข์กล่าวโทษฟ้องร้องกันให้เกิดความจริงขึ้นมา ถ้าเป็นเรื่องจริงต้องแอ่นอกรับตรงนี้คือบทพิสูจน์ของข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ กล่าวถึงการเข้มงวดจุดตัดรถไฟกับเส้นทางการจราจรว่า ตนได้สั่งการไปเอง ว่าจุดที่เป็นจุดตัดระหว่างทางเดินรถกับทางรถไฟขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสร้างวินัยจราจร และเคารพกฎเครื่องหมายจราจรกับผู้ใช้รถ หากมีการฝ่าฝืนต้องบังคับใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นจะเป็นการซักซ้อมหรือทบทวนหรือมีมาตรการเบื้องต้นอย่างไร ตนก็ไม่เห็นว่าจะมีรถคร่อมทางรถไฟอีก ซึ่งในวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569 จะเรียกผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาล ทั้งหมดที่มีพื้นที่เกี่ยวข้องกับรถไฟ เพื่อที่จะให้ข้อคิดเห็นและข้อแนะนำด้วยตัวเอง รวมไปถึงจะประชุมผ่านระบบวิดีอคอนเฟอร์เร้นท์ กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้รับรู้ใน 2-3 ประเด็นที่ตนคิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านอกจากที่ผู้ขับขี่ ไม่รักษาวินัยการจราจรแล้วยังพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปล่อยสัญญาณไฟเพื่อจัดการระบายการจราจร ผบ.ตร. ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องด้วย เพราะว่าผู้ใช้รถใช้ถนนก็เริ่มที่จะมีปริมาณมากขึ้น แต่ถนนมีเท่าเดิมประกอบกับมีการก่อสร้างบนพื้นผิวการจราจร ทำรถไฟฟ้า จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้การจราจรนั้นติดขัด ดังนั้นในสิ่งที่ เกิดการพัฒนาประเทศ ตำรวจจราจรหรือผู้บริหารระดับสูงก็ต้องช่วยกัน ว่า จะใช้อะไรมาเป็นเครื่องมือหรือกลไก ในการระบายรถหรือใช้สัญญาณไฟให้สอดรับกันมากขึ้น แต่ยอมรับว่าไม่สามารถแก้ไขได้ในวันสองวัน แต่คงต้องใช้เวลาแต่จะพยายามอย่างเต็มที่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews