โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เริ่มเดินหน้าใช้พ.ร.ก.เงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน "เอกนิติ" อัปเกรดรถสาธารณะเป็นไฟฟ้า-สินเชื่อโซล่าร์รูฟท็อป

สยามรัฐ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เผยว่า ความคืบหน้าการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 2 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศนั้น เบื้องต้นได้หารือกับนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ที่จะต้องมีกระบวนการในการบูรณาการเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของประชาชน โดยเฉพาะการติดโซล่าร์รูฟท็อป ผ่านการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อช่วยในการลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของประชาชน และเป็นการช่วยเสริมนโยบายด้านพลังงานสะอาดด้วย

สำหรับวงเงินสินเชื่ออยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขณะเดียวกันกระทรวงมหาดไทยได้มีการหารือกับการไฟฟ้า เพื่อหาข้อสรุปรายละเอียดของโครงการทั้งหมด

“ปัจจุบันมีมาตรการลดหย่อนภาษีจากการติดโซล่าร์รูฟท็อปของกรมสรรพากรอยู่ แต่ประชาชนอาจจะยังเข้าไม่ถึง จึงเห็นว่าต้องมีกระบวนการบูรณาการผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งโครงการเหล่านี้ทั้งธนาคารออมสิน และ ธอส. ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ดังนั้นก็อาจจะต้องมาดูเพิ่มเติมว่าจะสามารถใช้ พ.ร.ก. เงินกู้เข้ามาเสริมได้แค่ไหน โดยเฉพาะการสนันบสนุนประชาชนผู้มีรายได้น้อย” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าว่า จะมีการหารือร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการหาแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนและสร้างทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศเป็นไปอย่างครบวงจร ขณะเดียวกันกรมการขนส่งทางบนอยู่ระหว่างการเร่งจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาคขนส่ง ไปสู่การใช้พลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันไบโอดีเซล (บี20) ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ แต่ยังมีผลพลอยได้ เนื่องจากน้ำมันดังกล่าวใช้น้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสม ซึ่งไทยสามารถผลิตน้ำมันชนิดนี้ได้เอง ก็จะเป็นประโยชน์กับภาคเกษตรไปพร้อมกันด้วย นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาว่าจะมีโครงการให้สินเชื่อเพื่อสนับสนุนการซื้อรถกระบะที่ใช้น้ำมันบี 20 ด้วย เนื่องจากเห็นว่าภาคประชาชนมีการใช้รถกระบะในการขนส่งค่อนข้างเยอะ โดยรายละเอียดหน่วยงานอยู่ระหว่างการเร่งพิจารณา

สำหรับการพิจาณาโครงการที่จะใช้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินในส่วนที่ 2 นั้น จะมีคณะอนุกรรมการ ซึ่งมีนายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ที่มีความชำนาญด้านพลังงานเป็นประธานเพื่อพิจารณากลั่นกรองโครงการในรอบแรก ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานพิจาณาในรอบที่ 2 โดยส่วนนี้จะมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนจากภาคเอกชนเข้าร่วมด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด

“อยากบอกว่าทุกฝ่ายไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการพิจารณาโครงการที่จะมาใช้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินในส่วนที่ 2 เพราะรัฐบาลเน้นย้ำอยู่เสมอว่าจะให้ความสำคัญในเรื่องความโปร่งใส และทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศมากที่สุด” เอกนิติ กล่าว

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะมีการประชุมภายในสัปดาห์นี้ โดยยืนยันว่าได้มีการวางหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. เงินกู้ ดังนั้นโครงการที่จะเสนอเข้ามาจะต้องสอดคล้อง ถูกต้อง เป็นประโยชน์และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายเท่านั้น โดยขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานที่เสนอโครงการขอใช้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินในส่วนที่ 2 เข้ามาอย่างเป็นทางการ แต่เท่าที่ทราบ คือ กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการเร่งพิจารณาเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานในภาคขนส่งสาธาณณะ ตั้งแต่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่ รถเมล์ รถบรรทุก รถบัสที่วิ่งระหว่างเมืองให้เป็นแบบไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลเองตั้งใจจะดำเนินการเปลี่ยนผ่านด้านคมนาคมกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรก ส่วนลักษณะการให้ความช่วยเหลือแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน บางกลุ่มต้องการเงิน บางกลุ่มต้องการสินเชื่อ บางกลุ่มต้องการเงินอุดหนุน ตรงนี้กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการทำการบ้าน หลังจากนี้จึงจะเป็นมาตรการสำหรับภาคประชาชนต่อไป

“เรามีการวางหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างเข้มข้น ไม่ใช่ว่าวันนี้มีเงินอยู่แล้วใครจะมาขออะไรก็ได้ ดังนั้นโครงการที่จะเข้ามาจะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.ก. กู้เงิน และไม่เกี่ยวกับว่าใครเสนอโครงการเข้ามาช้าหรือเร็ว แต่หลักสำคัญคือ โครงการที่จะเข้ามาต้องสอดคล้อง ถูกต้อง เป็นประโยชน์มากที่สุด ไม่มีล็อกสเปกแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นว่าคณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะดำเนินการอย่างโปร่งใส เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย"” นายลวรณ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...