โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สส.กทม. ปชน. เรียกร้องทบทวนโซนนิ่งสถานบริการ ใช้มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด

The Reporters

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สส.กทม. ปชน. เรียกร้องทบทวนโซนนิ่งสถานบริการ ใช้มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด แนะลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการเร่งด่วน หวั่นอาจไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย

วันนี้ (13 ก.ค. 69) ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. เขต 1 พรรคประชาชน กล่าวว่า โศกนาฏกรรมที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว นอกจากมาตรการความปลอดภัยแล้ว ยังย้ำให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบและโครงสร้างที่เรื้อรังมานาน โดยเฉพาะการจัดโซนนิ่งของสถานบริการในกรุงเทพฯ

การกำหนดโซนนิ่งของสถานบริการ ถูกเขียนไว้ใน พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 ในมาตรา 5 ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สามารถกำหนดเขตพื้นที่เพื่ออนุญาต หรืองดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการได้ และมีกฎหมายลูกคือ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2545 ที่ระบุว่า บริเวณไหนของกรุงเทพฯ ที่สามารถตั้งสถานบริการได้ตามกฎหมาย ซึ่งกำหนดไว้ 3 พื้นที่หลักคือ ย่านพัฒน์พงษ์ ย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่–มักกะสัน และย่านถนนรัชดาภิเษก

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการต้องการทำธุรกิจคล้ายสถานบริการนอกพื้นที่ จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ร้านอาหารกึ่งผับ” จดทะเบียนเป็นร้านอาหารที่จำหน่ายแอลกอฮอล์หรือสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ มีดนตรีสด ห้ามเต้น และอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การสาธารณสุขฯ และ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฯ

ความแตกต่างด้านความปลอดภัยเมื่ออิงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ คือ “สถานบริการ” จะถูกบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่องวัสดุตกแต่งและวัสดุอะคูสติกซับเสียงภายในที่ต้องเป็นชนิดทนไฟหรือไม่ลามไฟ รวมถึงต้องมีระบบระบายควัน สปริงเกอร์ และขนาดทางหนีไฟที่สัมพันธ์กับจำนวนผู้ใช้บริการอย่างรัดกุม

ส่วน “ร้านอาหารกึ่งผับ” จะอยู่ภายใต้มาตรฐานอาคารระดับร้านอาหารทั่วไป ไม่มีข้อบังคับเรื่องวัสดุซับเสียง เมื่อผู้ประกอบการนำโฟมซับเสียงราคาถูกกว่ามาติดตั้งเพื่อเล่นดนตรีสดจึงกลายเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

ปารเมศ ในฐานะอดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาทบทวน พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 ระบุว่า เคยนำเสนอและเรียกร้องให้ที่ประชุมทบทวนแก้ไขระเบียบเรื่องโซนนิ่ง เนื่องจากมีร้านเหล้า ผับ บาร์ กระจายตัวในหัวเมืองใหญ่ แต่กฎหมายที่ล้าหลังทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถขอใบอนุญาตเป็นสถานบริการอย่างถูกต้องได้

“สิ่งที่เราพบเห็นจนชินตาคือ การหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยร้านเหล้า ผับ บาร์ ส่วนใหญ่จะจดทะเบียนเป็นสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ หรือจดเป็นร้านอาหารที่จำหน่ายแอลกอฮอล์แทน ซึ่งช่องโหว่นี้ทำให้ร้านเหล่านี้ หลุดพ้นจากการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด และมีบทลงโทษทางกฎหมายที่เบากว่าสถานบริการที่แท้จริงมาก” ปารเมศ กล่าว

ปารเมศ ชี้ว่า การแก้ไขเรื่องโซนนิ่งไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ แต่คือการดึงร้านเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้าไปตรวจสอบ กำกับดูแล และบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยทางสถาปัตยกรรมขั้นสูงสุด ทั้งนี้ มีความพยายามแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการฯ ให้ทันสมัยมากขึ้น ให้เป็นอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากแก้กฎหมายสำเร็จ ผู้ว่าฯ กทม. จะกำหนดโซนนิ่งเองได้ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรุงเทพมหานคร เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างนี้

ปารเมศ ยังเสนอแนวทางเร่งด่วน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านอาหาร ผับ และบาร์ ที่อาจไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยโดยด่วน โดยเฉพาะใน 3 ประเด็น

1.ทางเข้า-ออก และทางหนีไฟ ต้องมีขนาดกว้างเพียงพอ ป้ายไฟบอกทางชัดเจน และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางหรือถูกล็อกไว้

2.อุปกรณ์และระบบดับเพลิง ถังดับเพลิง สปริงเกอร์ และระบบสัญญาณเตือนภัย ต้องได้รับการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานจริง 100%

3.ใบอนุญาตและการดัดแปลงอาคาร ต้องบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับร้านที่ลักลอบเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต หรือดัดแปลงโครงสร้างและใช้วัสดุตกแต่งที่ติดไฟง่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...