โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เดชาเผยนาที"ทนายตั้ม"ยกมือท้วงศาลปมฟังพยานบุคคลมากกว่านิติวิทยาศาสตร์

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ทนายเดชา"เผยนาที “ทนายตั้ม"ยกมือแถลงกลางห้องพิจารณาทักท้วงผู้พิพากษาเรื่องปมรับฟังพยานบุคคลมากกว่านิติวิทยาศาสตร์แนะขอให้ศาลนำคดีตนไปสอนนักกฎหมาย

"ทนายเดชา"เผยนาที "ทนายตั้ม"ยกมือแถลงกลางห้องพิจารณาทักท้วงผู้พิพากษาเรื่องปมรับฟังพยานบุคคลมากกว่านิติวิทยาศาสตร์แนะขอให้ศาลนำคดีตนไปสอนนักกฎหมาย

11 มิ.ย. นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ "ทนายเดชา" ทนายความชื่อดัง ได้เปิดเผยภายหลังเข้ารับฟังคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีที่เกี่ยวข้องกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" โดยสรุปรายละเอียดคำพิพากษาซึ่งแบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่นข้อหาฉ้อโกง ศาลพิพากษาลงโทษทนายตั้มในความผิด 2 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมเป็น 6 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมเป็น 5 ปี โดยข้อหาฉ้อโกงที่ถูกลงโทษประกอบด้วย กรณีเงิน 71 ล้านบาท (แอปพลิเคชันสลอตเตอรี) ที่ศาลวินิจฉัยว่าข้อต่อสู้ของทนายตั้มที่อ้างว่าเป็นการให้โดยเสน่หานั้นฟังไม่ขึ้น เนื่องจากจำนวนเงินมีมูลค่าสูงมาก และข้อความในแชตไลน์ที่นำมาต่อสู้นั้น เป็นการสนทนาระหว่างทนายตั้มกับเลขาฯ ของโจทก์ร่วม ไม่ใช่การคุยกับ "เจ๊อ้อย" โดยตรง อีกทั้งไม่ปรากฏหลักฐานการนำเงินไปลงทุนจริง

ส่วนกรณีส่วนต่างรถเบนซ์ 1.5 ล้านบาท ศาลมองว่าทนายตั้มอยู่ในฐานะบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจ จึงไม่ควรปกปิดหรือโกหกเรื่องราคารถเบนซ์ที่ได้ส่วนต่างจากใบเสนอราคาจริง

นอกจากนี้ ทนายตั้มยังถูกพิพากษาจำคุกอีก 2 ปี ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) จากกรณีการส่งใบเสนอราคารถเบนซ์อันเป็นเท็จให้แก่เจ๊อ้อยทางแอปพลิเคชันไลน์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมนั้น ศาลได้ยกฟ้อง เนื่องจากเอกสารดังกล่าวออกโดยบริษัทรถยนต์ จึงถือเป็น "เอกสารเท็จ" ไม่ใช่ "เอกสารปลอม" ตามข้อกฎหมาย

ทนายเดชา ยังระบุอีกว่า ศาลมีคำวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่าพฤติกรรมของทนายตั้มไม่ใช่การกระทำความผิดเป็นสันดาน หรือเข้าข่าย "ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ" เนื่องจากมีผู้เสียหายเพียงรายเดียว และเป็นการฉ้อโกงลูกความรายเดิมซ้ำ 2-3 ครั้ง ไม่ใช่การฉ้อโกงบุคคลทั่วไป ส่งผลให้ความผิดฐานฉ้อโกงในคดีนี้ไม่เข้าข่ายความผิดมูลฐาน และทำให้ศาลยกฟ้องในข้อหาฟอกเงินทั้งหมด พร้อมทั้งฝากถึงกองบังคับการปราบปรามและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางให้ระมัดระวังในการตั้งข้อหาที่อาจรุนแรงเกินจริงในอนาคต

สำหรับข้อหาอื่น ๆ เช่น กรณีเงิน 39 ล้านบาท (เฉินกวน) และกรณีการจ้างออกแบบโรงแรม ศาลสั่งยกฟ้องทั้งหมด เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าทนายตั้มมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเป็นการสมประโยชน์กันทางธุรกิจ ในส่วนของจำเลยรายอื่น ๆ รวมถึงภรรยาและพี่สาวของทนายตั้ม ศาลได้พิพากษายกฟ้องทั้งหมดเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด และคาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวทันที

ทนายเดชา ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันทนายตั้มถูกคุมขังมาแล้วประมาณ 1 ปี 8 เดือน จากโทษจำคุกทั้งหมด (5 ปี 12 เดือน หรือประมาณ 6 ปี) ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการยื่นขอประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ โดยคาดว่าจะใช้หลักทรัพย์ประมาณ 6 แสนบาท หากทนายษิทราวางหลักประกัน 1 ล้านบาทก็น่าจะเพียงพอ

ทนายเดชา เปิดเผยทิ้งท้ายว่า ในห้องพิจารณาคดีได้เกิด "ช็อตเด็ด" ขึ้น เมื่อทนายตั้มได้ยกมือขึ้นและขออนุญาตแถลงต่อศาลโดยตรง เพื่อทักท้วงและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการรับฟังพยานหลักฐานในคดีนี้ โดยทนายตั้มได้ตั้งคำถามสำคัญต่อศาลว่า พยานบุคคลบางปากที่ศาลรับฟังจนนำมาสู่การลงโทษตนเองนั้น เป็นกลุ่มพยานที่มีส่วนได้เสียหรือได้รับผลประโยชน์จากคดีนี้ แต่เหตุใดศาลจึงให้น้ำหนักและรับฟัง

นอกจากนี้ ทนายตั้มยังได้ตัดพ้อในประเด็นด้านหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการดูดข้อมูลโทรศัพท์มือถือของ "มาดามอ้อย" โดยเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ศาลกลับไม่รับฟัง แต่เลือกที่จะรับฟังพยานบุคคลแทน

ทนายเดชา เผยต่อว่า ในช่วงท้ายของการแถลง ทนายตั้มยังได้กล่าวกับองค์คณะผู้พิพากษาว่า “ช่วยเอาคดีของผมเนี่ย ไปสอนนักศึกษาและไปสอนผู้พิพากษาด้วย” ทางด้านองค์คณะผู้พิพากษาได้อธิบายชี้แจงกลับว่า ศาลได้พิจารณาและให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนกรณีที่ทนายตั้มขอให้นำคดีนี้ไปเป็นกรณีศึกษา ศาลก็ตอบรับว่า "ได้ ๆ เดี๋ยวรับฟัง" พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ทนายตั้มว่า หากจำเลยยังรู้สึกไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ก็มีสิทธิ์ตามกระบวนการกฎหมายที่จะยื่นอุทธรณ์คดีต่อไปได้ภายในกำหนด 1 เดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...