โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คาร์ริคโชว์คลาส ปลอบเฮเวนหลังเกมถล่มไบรท์ตัน

Soccersuck

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Soccersuck

ไมเคิล คาร์ริค แสดงให้เห็นถึงมุมการบริหารคนที่น่าจับตา หลังพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกชนะไบรท์ตัน 3-0 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งเป็นเกมแรกนับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งถาวร แต่แทนที่จะรับเสียงชื่นชม เขากลับตรงไปหา เอเดน เฮเวน ทันทีหลังจบเกม

เฮเวนมีชื่อเป็นตัวสำรองแต่ไม่ได้ถูกส่งลงสนาม ขณะที่ เลนี โยโร และ ไทเรลล์ มาลาเซีย ได้โอกาสลงเล่นในครึ่งหลัง คาร์ริคจึงเข้าไปพูดคุยกับดาวรุ่งรายนี้ราว 30 วินาที พร้อมวางแขนบนไหล่เพื่อให้กำลังใจ

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนภาพลักษณ์ของคาร์ริคในห้องแต่งตัวได้อย่างชัดเจน เขาถูกมองว่าเป็นกุนซือที่ปกป้องและสนับสนุนนักเตะ ต่างจากช่วงก่อนหน้าที่ผู้เล่นเคยถูกวิจารณ์ต่อสาธารณะมากกว่าเดิม

ความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกทีมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บอร์ดบริหารมอบสัญญา 2 ปีให้กุนซือวัย 44 ปี เขาเลิกเล่นไปเมื่อ 8 ปีก่อน ทำให้ยังเข้าใจมุมมองของนักเตะยุคปัจจุบันได้ดี

อีกตัวอย่างคือกรณี มานูเอล อูการ์เต หลังเกมแพ้ลีดส์ เมื่อคาร์ริคถูกถามถึงสถิติที่นักเตะชนะเพียงเกมเดียวจาก 10 นัดที่ออกสตาร์ต เขาตอบว่า “ตั้งแต่ผมเข้ามา และเขาได้เล่นหรือถูกส่งลงมา เขาทำได้ดี ผมคิดว่าคืนนั้นเป็นเกมที่ยาก ไม่ใช่แค่สำหรับมานู”

แม้คาร์ริคจะพร้อมปกป้องลูกทีมต่อหน้าสื่อ แต่เขาก็ไม่ใช่กุนซือที่อ่อนเกินไป หลังเกมแพ้นิวคาสเซิลเมื่อเดือนมีนาคม เขาเดินเข้าห้องแต่งตัวด้วยความโมโห และยังมีอารมณ์ชัดเจนตอนให้สัมภาษณ์

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์กับเฮเวนย้ำให้เห็นว่าคาร์ริครู้ว่าเมื่อใดควรเข้มงวด และเมื่อใดควรโอบไหล่ให้กำลังใจ โดยเฉพาะกับผู้เล่นอายุน้อยที่ต้องการความมั่นใจในช่วงสำคัญของเส้นทางค้าแข้ง

ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก Manchester Evening News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...