โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แถลงช่วย 4 คนจีนถูกหลอกทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา เร่งขยายผลฟันผู้ร่วมขบวนการ

สวพ.FM91

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วันนี้ (26 พ.ค.69) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวเคสช่วยเหลือคนจีน 4 คน ที่ถูกหลอกลวงให้ไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ภายหลังฝ่ายไทยได้ร่วมมือกับทางการจีนและเมียนมา ในการติดตามตัวและกดดันให้ปล่อยตัว โดยคนจีนทั้ง 4 คน ถูกชักชวนโดยไกด์คนจีนที่รู้จัก ให้มาทำธุรกิจและท่องเที่ยวในไทย ก่อนจะติดต่อรถจากสนามบินสุวรรณภูมิไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตลาดกระบัง และเดินทางต่อด้วยรถ 2 คันผ่านแอปพลิเคชันหนึ่ง เพื่อเดินทางไปที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเปลี่ยนเป็นรถยนต์อีก 2 คัน เพื่อไปพื้นที่ชายแดนไปเมียนมา

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า แก๊งดังกล่าวเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีคนในแก๊งราว 1,000 คน เบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย เพราะเหยื่อเป็นลักษณะมาด้วยความสมัครใจ แต่เมื่อไปถึงที่หมายปลายทางกลายเป็นว่าถูกบังคับให้ทำงาน อย่างไรก็ตามต้องรอผลตรวจคัดแยกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจากคำให้การผู้เสียหายถูกหลอกให้มาเที่ยวและทำงานที่ไทย โดยระบุว่าจะพาไปที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ความจริงเดินทางไปที่อำเภอแม่สอด โดยกรณีการหลอกลวงไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้านเ ป็นลักษณะของการหลอกลวงและมากันเอง

พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า ในทางคดีเราอยากให้ประเทศจีนเป็นคนตั้งเรื่อง เพราะขบวนการเกิดขึ้นที่ประเทศจีน ประเทศไทยทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูล การสอบปากคำ และดำเนินคดีกับคนไทยทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าประเทศไทยไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพียงแต่เป็นสถานที่ที่นิยมกับคนชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย เข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยได้ง่าย แต่ขณะที่ประเทศเมียนมาและกัมพูชาไม่ใช่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...