“ราคาน้ำมันโลก” สุดผันผวน หลังสหรัฐโจมตีอิหร่าน-ทรัมป์ส่งสัญญาณเจรจาสันติภาพ
"ราคาน้ำมันโลก" สุดผันผวน หลังสหรัฐโจมตีอิหร่าน-ทรัมป์ส่งสัญญาณทั้งหนุนการเจรจาและเตือนอาจกลับมาใช้กำลังทางทหารอีกครั้ง
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.02 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมัน เคลื่อนไหวผันผวนในการซื้อขายเช้าวันนี้ (27 พ.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในภาคใต้ของอิหร่าน ซึ่งยังคงสร้างความกังวลให้กับตลาดพลังงานโลก
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนก.ค. ซึ่งเป็นมาตรฐานตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 1.6% แตะระดับ 97.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายช่วงเช้าในเอเชีย ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 5.4% มาอยู่ที่ 91.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
กองทัพสหรัฐเปิดเผยว่า ได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีเพื่อป้องกันตัวเองในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่เรือซึ่งถูกกล่าวหาว่าพยายามวางทุ่นระเบิด รวมถึงจุดยิงขีปนาวุธต่าง ๆ
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องกองกำลังสหรัฐจากภัยคุกคามของกองกำลังอิหร่าน
ขณะเดียวกันความพยายามในการเจรจาสันติภาพยังคงเผชิญความไม่แน่นอน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ว่า เขาได้เรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ และจอร์แดน เข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปด้วยดี แต่ก็เตือนว่าสหรัฐอาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากการหารือล้มเหลว พร้อมระบุว่า “มันจะต้องเป็นข้อตกลงที่ดีสำหรับทุกฝ่าย หรือไม่ก็ไม่มีข้อตกลงเลย”
ด้านธนาคารเพื่อการลงทุนยักษ์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ UBS ระบุในรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ตลาดน้ำมันโลกกำลังเผชิญสัญญาณตึงตัวมากขึ้น หลังปริมาณน้ำมันคงคลังทั่วโลกยังคงลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
UBS เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันคงคลังทั่วโลกลดลงรวมกันถึง 246 ล้านบาร์เรลในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่การสูญเสียกำลังการผลิตสะสมอาจสูงเกิน 1 พันล้านบาร์เรลภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม
ธนาคารมองว่า การลดลงอย่างรวดเร็วของสต็อกน้ำมันสะท้อนว่าตลาดยังคงอยู่ในภาวะอุปทานตึงตัวอย่างมาก แม้จะมีปริมาณน้ำมันที่เก็บไว้บนเรือบรรทุกเพิ่มขึ้น จากการที่สหรัฐต้องเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกน้ำมันไปยังเอเชียก็ตาม
อ้างอิง : cnbc.com