พาผู้ชายเข้ากุฏิไม่ซ้ำหน้า หลวงพี่วางแผนดัดหลังพระเสพกาม
(25 พ.ค. 69) พระมหาอภิสิทธ์ วิริโย เจ้าคณะตำบลหนองกี่ อำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมพระอาจารย์เสาร์ อินทวรรโณ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ในตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา อำเภอหนองกี่, ผู้ใหญ่บ้าน, คณะกรรมการวัด, และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกี่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับร้องเรียน ว่าพระลูกวัดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมลักลอบเสพเมถุนมีโยมผู้ชายเข้า-ออกกุฏิไม่ซ้ำหน้า ทั้งมีการเผยแพร่คลิปสยิวขณะวิดีโอคอลลังช่วยเหลือตัวเองโชว์คู่ขาที่ติดต่อกันในแอปหาคู่
.
เบื้องต้นพบว่าในคลิปที่เผยแพร่ เป็นรูปของพระลูกวัดจริง แต่ต้องรอสอบถามข้อเท็จจริงจากพระรูปดังกล่าวอีกครั้ง หลังเดินทางกลับจากกิจนิมนต์ที่ต่างจังหวัด โดยจะมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และหลักฐาน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับพระที่ถูกกล่าวหา
.
จากการสอบถามพระอุดร พระลูกวัด ระบุว่า หลังจากพระรูปดังกล่าวซึ่งบวชที่วัดอื่น แต่ย้ายมาจำวัดที่นี่ได้ราว 2 ปีกว่า ตนสังเกตเห็นความผิดปกติมักมีชายแปลกหน้าวนเวียนเข้า-ออกกุฏิ ไม่ซ้ำหน้า หลายคนมีพักค้างคืนในกุฏิ และช่วงที่พระรูปดังกล่าวเดินทางไปกิจนิมนต์ต่างจังหวัด ก็มักจะมีผู้ชายไปด้วยตลอด
.
ที่ผ่านมาเคยแจ้งพฤติกรรมพระรูปดังกล่าวให้ผู้นำชุมชนทราบแล้ว แต่เรื่องก็เงียบหาย เพราะไม่มีหลักฐาน พระอุดรจึงตัดสินใจร่วมกับโยมคนหนึ่งเข้าไปแฝงตัวในกลุ่มแอปหาคู่ เพื่อหาหลักฐาน กระทั่งไปพบบัญชีของพระรูปดังกล่าว ในกลุ่มแอปหาคู่ จนได้หลักฐานเป็นคลิปวีดีโอคอล ขณะพระรูปดังกล่าวช่วยเหลือตัวเองโชว์คู่ขาในติดต่อในแอปหาคู่ จึงถ่ายไว้เป็นหลักฐาน
.
จากพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าว ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการศาสนา จึงอยากให้มีการตรวจสอบ หากมีพฤติกรรมเสพเมถุนจริง ควรจะสึกและไม่ควรจะไม่ควรจะให้สึกอีก เพราะจะทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย
.
ด้านนายวินัย ไชนอก ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า พระรูปที่ถูกกล่าวหา อยู่วัดแห่งนี้ราว 2–3 ปี แล้ว เป็นพระที่มีบุคลิกดี มีความรู้ กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอก และได้รับความเคารพศรัทธาจากชาวบ้าน เพราะจะชอบพาญาติโยมเดินทางไปทำบุญต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง พอชาวบ้านทราบเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระต่างก็ตกใจและไม่อยากจะเชื่อ อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าว ทางคณะสงฆ์และกรรมการหมู่บ้าน ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หากมีหลักฐานพบว่ามีการกระทำไม่เหมาะสมตามที่มีการร้องเรียนจริง คณะสงฆ์ก็จะพิจารณาบทลงโทษต่อไป