นักธุรกิจฮ่องกง ร้องกองปราบฯ แฉ 2 ผัวเมียโปรไฟล์หรู อ้างชื่อ ซุปเปอร์รีช หลอกลงทุนแลกเงิน พบประวัติแสบ เพิ่งโดนอัยการสั่งฟ้องคดีฉ้อโกง 19.6 ล้าน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 พ.ค.69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จ่าแดง วันทา ด.ต.พรพิสิฐ วงศ์วานิช อดีตตำรวจกองปราบปราม พา Mr.Chen (นายเฉิน - นามสมมุติ) อายุ 55 ปี นักธุรกิจสัญชาติจีน (ฮ่องกง) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งเบาะแสและเตือนภัยสังคม หลังเกือบตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพในคราบนักธุรกิจไทย ที่สร้างโปรไฟล์หรูหลอกระดมทุนข้ามชาติ
Mr.Chen เปิดเผยผ่าน จ่าแดง ว่า ได้รู้จักกับสองสามีภรรยาชาวไทยคู่นี้ผ่านการแนะนำของเพื่อน โดยช่วงแรกทั้งคู่สร้างภาพลักษณ์ภูมิฐาน ขับรถหรู ใช้แบรนด์เนม และมักนัดคุยงานในสถานที่ลักชัวรีเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งยังแอบอ้างว่าสนิทสนมกับนักการเมืองใหญ่และบุคคลชั้นสูง ก่อนจะชักชวนให้ร่วมทุนเปิดธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ภายใต้ชื่อแบรนด์ดังอย่าง ซุปเปอร์รีช (Super Rich) ในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยอ้างว่ากำลังจะเปิดสาขาใหม่และต้องการเงินทุนจำนวนมาก ตอนแรกผมเกือบตัดสินใจร่วมทุน และเตรียมจะชักชวนเพื่อนนักธุรกิจในฮ่องกง แผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน มาร่วมหุ้นด้วยรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เพราะเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีอนาคต
ความจริงมาปรากฏเมื่อ Mr.Chen ได้มีโอกาสพบกับกลุ่มผู้เสียหายชาวไทย จึงทำให้ทราบความจริงว่า สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ได้เป็นนักธุรกิจตามที่กล่าวอ้าง แต่มีพฤติการณ์หลอกลวงอย่างเป็นระบบ
นักธุรกิจไทย บอกตนว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 2 ได้ยื่นฟ้องฝ่ายภรรยาต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ในฐานความผิด ฉ้อโกง โดยพฤติการณ์ในคำฟ้องระบุว่า จำเลยได้หลอกลวง นายอาทิตย์ (ผู้เสียหาย) ให้หลงเชื่อยอมให้กู้ยืมเงินไปรวม 2 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 7,000,000 บาท และครั้งที่สองจำนวน 12,600,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายตามฟ้องสูงถึง 19,600,000 บาท โดยมีการนำเช็คที่เป็นเท็จมาวางเป็นหลักประกัน ซึ่งเหตุเกิดในพื้นที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.
นอกจากนี้ ในคำฟ้องของอัยการยังระบุด้วยว่า จำเลยรายนี้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญามีนบุรี ในความผิดฐานออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ศาลสั่งจำคุก 16 เดือน และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ก่อนจะกลับมากระทำความผิดซ้ำในคดีฉ้อโกงนี้อีกภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี ซึ่งทางพนักงานอัยการได้ขอให้ศาลเพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามกฎหมายด้วย
Mr.Chen กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนรู้สึกโชคดีอย่างมากที่ไหวตัวทันก่อนที่จะโอนเงินก้อนใหญ่ลงไป และต้องการให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แก่เพื่อนนักธุรกิจชาวจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ว่าอย่าหลงเชื่อเพียงภาพลักษณ์ภายนอก รถหรู หรือการแอบอ้างชื่อบุคคลสำคัญและสถานที่ราชการเด็ดขาด หากมีการชักชวนลงทุนในลักษณะนี้ ควรตรวจสอบประวัติทางคดีและใบอนุญาตประกอบธุรกิจให้แน่ชัดเสียก่อน
ทั้งนี้ ตนได้จัดทำเนื้อหาเตือนภัยพฤติการณ์ของสองสามีภรรยาคู่นี้เป็นภาษาไทยและภาษาจีน เพื่อเผยแพร่และแชร์ต่อในสังคมออนไลน์ของกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพกลุ่มนี้อีกต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม