โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชัชชาติ’เปรย ‘เอาผู้ว่าฯให้รอดก่อน’ หลังโดนแซวเก้าอี้นายกฯ

เดลินิวส์

อัพเดต 2 มิถุนายน 2569 เวลา 22.49 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
วันนี้ลุยหาเสียงเขตห้วยขวาง รับเรื่องร้องเรียนปมน้ำขังทางเท้า-ท่อระบายน้ำ แจงเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการโปร่งใสตามระเบียบ ไม่หวั่นถูกร้อง ป.ป.ช. พร้อมย้ำภาพพบปะ สก. หรือถ่ายภาพร่วมตามภารกิจงาน ไม่ใช่แสดงจุดยืนหนุนผู้สมัครรายใดพิเศษ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงในเขตห้วยขวาง โดยเริ่มต้นด้วยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT มายังศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 ซึ่งระหว่างการลงพื้นที่ นายชัชชาติได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขังบนพื้นผิวทางเท้าและระบบระบายน้ำในเขตห้วยขวาง โดยเฉพาะกรณีมีการนำปูนไปปิดทับฝาท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำและการบำรุงรักษา

ภายหลังการหาเสียง นายชัชชาติได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งว่า ตนรู้จักและคุ้นเคยกับนายจิรายุเป็นอย่างดี พร้อมขอบคุณที่ออกมาแสดงความเห็น อย่างน้อยก็เป็นการยืนยันว่าตนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือความสัมพันธ์ทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยตามที่บางฝ่ายเข้าใจ สำหรับประเด็นโยกย้ายข้าราชการ ยืนยันทำตามกระบวนการและระเบียบราชการ มีคณะกรรมการพิจารณาและมีคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมคอยกำกับดูแล ผู้ว่าฯ มีหน้าที่ลงนามอนุมัติตามผลการพิจารณา หากมีข้อทักท้วงจากหน่วยงานตรวจสอบว่ากระบวนการใดคลาดเคลื่อน ก็พร้อมดำเนินการตามคำแนะนำ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการยกเลิกคำสั่งและดำเนินการสรรหาใหม่ตามข้อเสนอแนะแล้ว ถือเป็นขั้นตอนปกติที่เกิดขึ้นได้ในระบบราชการ

นายชัชชาติ ย้ำพร้อมให้ตรวจสอบทุกเรื่องและไม่กังวลกรณีที่มีการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เนื่องจากมั่นใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือแทรกแซงกระบวนการสรรหา ส่วนกรณีการกล่าวอ้างพาดพิงถึงข้าราชการระดับ ผอ.เขตด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมว่า ไม่มีแนวปฏิบัติเช่นนั้น เชื่อว่าการแต่งตั้งบุคลากรต้องคำนึงถึงความสามารถเป็นหลัก เพื่อให้มีทีมงานที่มีศักยภาพขับเคลื่อนนโยบาย จึงไม่เคยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเหตุผลทางการเมือง

“อย่าไปกล่าวหาคนอื่นเลย ยิ่งใช้คำที่ไม่สุภาพ ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองเพราะการไปกล่าวหาคนอื่นอย่างนั้นมันไม่เหมาะแล้วก็เป็นผู้ใหญ่ด้วย”

เมื่อถามถึงปัญหาทุจริตภายใน กทม. นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่เคยอ้างว่าปัญหาหมดไป แต่เชื่อว่าสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นจากการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้ลดช่องว่าง อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวฝังรากลึกและไม่สามารถแก้ได้ในระยะสั้น จึงต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการพัฒนาระบบ การปรับปรุงกฎระเบียบที่ล้าสมัย และการคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณธรรม

นอกจากนี้ ยืนยันว่าการพบปะ สก. หรือถ่ายภาพร่วมกัน เป็นการพบปะตามภารกิจการทำงาน ไม่ได้เป็นการแสดงจุดยืนสนับสนุนผู้สมัคร สก. รายใดหรือกลุ่มการเมืองใดเป็นพิเศษ และยังไม่มีบุคคลใดอยู่ในใจเป็นพิเศษ

ส่วนประเด็นป้ายหาเสียงบนรถโดยสารหมวด 4 ชี้แจงว่า ทีมงานไม่ได้มีปัญหากับผู้สมัครรายใด แต่ไม่ต้องการให้ประชาชนสับสนว่าเป็นกลุ่มการเมืองเดียวกัน จึงขอให้รถที่ทำสัญญาติดป้ายหาเสียงของตนเพียงป้ายเดียวตามข้อตกลงเดิม พร้อมระบุว่าการใช้รถโดยสารหมวด 4 ยังเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนและเข้าถึงประชาชนได้ดี

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาชนเปิดตัว ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เข้ารับตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ นายชัชชาติ กล่าวว่า ศ.ดร.สุรพล เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สูง การเข้ามามีบทบาททางการเมืองเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการให้ข้อมูลแก่ประชาชน โดยตนไม่ได้กังวลแต่อย่างใดเนื่องจากรู้จักและพบปะกันมานาน ส่วนกลยุทธ์การลงพื้นที่ในศูนย์การค้า เป็นส่วนหนึ่งของการปรับวิธีการทำงานเพื่อให้พบประชาชนได้จำนวนมากในช่วงกลางวัน ควบคู่ไปกับการส่งทีมงานลงพื้นที่ชุมชนและการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลอย่างทั่วถึงที่สุด

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีมีประชาชนแซวว่าไม่อยากเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวติดตลกว่า “เอาผู้ว่าฯ ให้รอดก่อนดีกว่า” พร้อมอธิบายว่างานผู้ว่าฯ กับนายกฯ มีลักษณะแตกต่างกัน งานผู้ว่าฯ สอดคล้องกับความสามารถและประสบการณ์ที่ตนสามารถกำกับดูแลได้ด้วยตนเอง ขณะที่งานนายกฯ มีขอบเขตใหญ่กว่า ต้องอาศัยพรรคการเมืองและกลไกบริหารที่ซับซ้อนกว่ามาก ซึ่งตนเชื่อในการประเมินศักยภาพและรู้จักขอบเขตความสามารถของตนเองเป็นสำคัญ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...