กองทัพภาค 2 แฉทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิด–ดัดแปลงเพิ่มอานุภาพ หน้าแนวช่องบก ไทยวางลวดหนามสำเร็จที่โค้งผักบุ้ง
ทัพภาค2 แฉ ทหารกัมพูชา วางทุ่นระเบิด หน้าแนวการวางกำลัง พร้อมดัดแปลงทุ่นระเบิดดักรถถังให้มีอานุภาพทำลายล้างสูงขึ้น เหตุ ทหารไทย ต้องวางแนวลวดหนาม สร้างฐานที่มั่นป้องกัน บริเวณโค้งผักบุ้ง ช่องบก 20 ทหารเขมร ขัดขวาง แต่ทหารไทย ก็วางแนวลวดหนามจนสำเร็จ
กองทัพภาค 2 ชี้แจงว่า ตามที่หน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบได้ดำเนินมาตรการเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ โค้งผักบุ้ง พื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นั้น เวลา 08.00 น. หน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ได้จัดกำลังพลเข้าดำเนินการก่อสร้างบังเกอร์และวางแนวลวดหนามในพื้นที่ดังกล่าว
โดยวางแนวลวดหนามห่างจากแนวถนนประมาณ 3–5 เมตร เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่รับผิดชอบ เพิ่มมาตรการป้องกันตนเอง และยกระดับความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจปกติของหน่วย ภายใต้หลักการปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และยึดมั่นในแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน
ต่อมา เวลา 08.50 น. ระหว่างการดำเนินงานดังกล่าว ได้มีกำลังพลฝ่ายกัมพูชาประมาณ 20 นาย เข้ามาในบริเวณพื้นที่และแสดงท่าทีคัดค้านต่อการดำเนินการของฝ่ายไทย พร้อมมีการขัดขวางการปฏิบัติงานบางส่วน
อย่างไรก็ตาม กำลังพลฝ่ายไทย ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้น และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดในพื้นที่
จนกระทั่งเวลา 10.30 น. สามารถดำเนินการวางแนวลวดหนามแล้วเสร็จ ตามแผนที่กำหนด และได้จัดกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์รวมทั้งสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่เวลา 11.08 น. กำลังพลฝ่ายกัมพูชาได้ถอนกำลังกลับไปยังที่ตั้งของตนเอง โดยไม่ปรากฏเหตุการณ์ใช้กำลัง หรือการปะทะระหว่างทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด
ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้ โดยทั้งสองฝ่ายต่างวางกำลังอยู่ในแนวที่ตนเองควบคุมอยู่ การดำเนินการของฝ่ายไทยเป็นมาตรการเชิงป้องกันเพื่อเสริมความมั่นคง ความปลอดภัยของกำลังพล และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบ
ทั้งนี้ หน่วยได้รับข้อมูลว่าฝ่ายกัมพูชามีการวางทุ่นระเบิดในแนวการวางกำลังของตนเอง รวมถึงมีการดัดแปลงทุ่นระเบิดดักรถถังให้มีอานุภาพในการทำลายล้างสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่
หน่วยจึงยังคงติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด พร้อมยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ภายใต้หลักมนุษยธรรม และแนวทางการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง