โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อินเดีย” เร่งปิดดีลการค้าสหรัฐ-อังกฤษ ท่ามกลางผลกระทบสงครามอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มิ.ย. เวลา 16.14 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 09.14 น.

"อินเดีย" เดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐและสหราชอาณาจักร หวังลดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีและดึงดูดการลงทุน ท่ามกลางผลกระทบสงครามอิหร่าน

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 14.28 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อินเดียกำลังเผชิญบททดสอบสำคัญในการเจรจาการค้ากับสองคู่ค้ารายใหญ่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร โดยพยายามผลักดันให้ผู้ส่งออกอินเดียได้รับการคุ้มครองจากมาตรการภาษีและข้อจำกัดทางการค้าที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

สัปดาห์นี้ กรุงนิวเดลีเตรียมต้อนรับคณะผู้แทนการค้าสหรัฐ นำโดย เบรนแดน ลินช์ หัวหน้าคณะเจรจาการค้า ขณะเดียวกันปีเตอร์ ไคล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจและการค้าของสหราชอาณาจักร ก็เดินทางเยือนอินเดียเช่นกัน

อินเดียกดดันอังกฤษ ปมภาษีเหล็ก

รัฐบาลอินเดียเตือนว่า อาจทบทวนหรือปรับลดสิทธิประโยชน์บางส่วนภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ลงนามกับสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่ผ่านมา หากอังกฤษยังไม่ยกเว้นมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็ก (Safeguard Measures) ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนหน้า

อินเดียมองว่ามาตรการดังกล่าวอาจจำกัดการเข้าถึงตลาดของผู้ส่งออกเหล็กอินเดีย และลดประโยชน์ที่ควรได้รับจากข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสองประเทศ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอินเดีย เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า หากข้อพิพาทดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไข นิวเดลีอาจพิจารณาปรับลดการเปิดตลาดให้กับสินค้าจากสหราชอาณาจักรหลายรายการ รวมถึงสก็อตช์วิสกี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของอังกฤษ

เร่งปิดดีลการค้ากับสหรัฐ

ขณะเดียวกัน อินเดียกำลังเร่งเจรจากับสหรัฐ เพื่อผลักดันให้ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการสอบสวนทางการค้าของสหรัฐที่กำลังดำเนินอยู่

แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว (Interim Trade Pact) แล้ว แต่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ หลังศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกกรอบภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยใช้เป็นเครื่องมือสำคัญทางการค้า

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้เปิดการสอบสวนตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐต่อหลายประเทศ รวมถึงอินเดีย โดยอ้างข้อกังวลเรื่องแรงงานบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกิน

หากผลการสอบสวนออกมาในเชิงลบ สหรัฐอาจใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้าจากอินเดียได้

รัฐบาลอินเดียจึงเรียกร้องให้สหรัฐแก้ไขประเด็นดังกล่าวภายใต้กรอบการเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินอยู่ แทนการใช้มาตรการฝ่ายเดียว

สงครามอิหร่านเพิ่มแรงกดดันเศรษฐกิจ

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อินเดียกำลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วิกฤติดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของอินเดีย แต่ยังส่งผลต่อการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสำคัญในตะวันออกกลางอีกด้วย

แม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกบางส่วนแล้วแต่หลายฝ่ายกังวลว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจฉุดการค้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียในปีงบประมาณนี้

นักวิเคราะห์เตือนอย่ารีบปิดดีลกับสหรัฐ

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางส่วน มองว่า อินเดียอาจไม่จำเป็นต้องเร่งสรุปข้อตกลงกับสหรัฐฯ มากนัก

อาเจย์ ศรีวัสตาวา ผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัย Global Trade Research Initiative ในกรุงนิวเดลี ระบุว่า เหตุผลที่อินเดียต้องรีบทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ลดลงอย่างมาก หลังศาลสูงสหรัฐมีคำตัดสินล้มกรอบภาษีตอบโต้ของทรัมป์

เขาเตือนว่า แม้จะมีข้อตกลงการค้าทวิภาคี ก็ไม่ได้รับประกันว่าสหรัฐจะไม่ใช้มาตรการทางการค้าใหม่ในอนาคต

“สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ข้อตกลงการค้าไม่สามารถรับประกันได้ว่าสหรัฐจะไม่ดำเนินมาตรการทางการค้าเพิ่มเติมในอนาคต ดังนั้น อินเดียอาจควรรอให้ทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐมีความชัดเจนและมีเสถียรภาพมากกว่านี้ ก่อนจะผูกพันตนเองกับภาระระยะยาวที่อาจมีต้นทุนสูง”

ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์โมดี

สำหรับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี การผลักดันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ และสหราชอาณาจักร ถือเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์กระจายตลาดส่งออก ลดการพึ่งพาตลาดเดิม และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเงินรูปีเผชิญแรงกดดัน และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเจรจากับทั้งสองประเทศในสัปดาห์นี้ จึงถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญของอินเดียในการรักษาผลประโยชน์ทางการค้า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...