โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอร์ด สปสช. หนุนยามะเร็งนวัตกรรม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์-สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บอร์ด สปสช. เห็นชอบสนับสนุนการใช้ยารักษามะเร็งในบัญชีนวัตกรรมไทย ที่ผลิตโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ในระบบบัตรทอง 30 บาท เพิ่มโอกาสผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงยาประสิทธิภาพสูงอย่างทั่วถึง

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางสนับสนุนการใช้ยารักษามะเร็งในบัญชีนวัตกรรมไทย ที่ผลิตโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงยาที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเหมาะสม

นายพัฒนา กล่าวว่า การสนับสนุนยามะเร็งนวัตกรรมไทยในครั้งนี้ มีความสำคัญต่อระบบสุขภาพของประเทศ เนื่องจากโรคมะเร็งยังเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย ขณะที่ยารักษามะเร็งประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะกลุ่มยามุ่งเป้าและยาชีววัตถุ ยังมีราคาสูง และประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ส่งผลต่อทั้งการเข้าถึงยาของผู้ป่วยและภาระงบประมาณของประเทศ ดังนั้น การที่หน่วยงานไทยสามารถศึกษาค้นคว้าและผลิตยาได้เอง จึงเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพระบบสุขภาพไทย ทั้งด้านการดูแลผู้ป่วย การบริหารงบประมาณ และความมั่นคงด้านยาในระยะยาว

การพัฒนายารักษามะเร็งดังกล่าว สืบเนื่องจากพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงการรักษาด้วยยาที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และอยู่ในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการผลิตยาและองค์ความรู้ด้านเภสัชกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างเป็นธรรม

“หัวใจของระบบบัตรทอง คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การสนับสนุนยามะเร็งนวัตกรรมไทยที่มีคุณภาพ จึงไม่เพียงเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้ผู้ป่วย แต่ยังเป็นการเชื่อมศักยภาพด้านการวิจัยและการผลิตยาของประเทศ เข้ากับการดูแลประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม” ประธานบอร์ด สปสช. กล่าว

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า สำหรับรายการยามะเร็งที่บอร์ด สปสช. สนับสนุนในครั้งนี้ เป็นยาที่ผลิตโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้ว โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ศึกษาค้นคว้าและผลิตยารักษามะเร็งกลุ่มยามุ่งเป้าชนิดโมเลกุลขนาดเล็ก พร้อมพัฒนาศักยภาพ “โรงงานผลิตยาในพระราชดำริ” เช่น ยาอิมครานิบ (Imcranib) ซึ่งมีตัวยาสำคัญคืออิมาทินิบ (imatinib) และยาเจฟครานิบ (Gefcranib) ซึ่งมีตัวยาสำคัญคือเจฟิทินิบ (gefitinib) ขณะที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้ศึกษาค้นคว้าและผลิตยารักษามะเร็งกลุ่มยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilar) พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ” เช่น ยาเฮอร์ดารา (Herdara) ซึ่งมีตัวยาสำคัญคือทราสทูซูแมบ (trastuzumab)

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนความต้องการจัดหายานวัตกรรมดังกล่าวล่วงหน้าเป็นระยะไม่เกิน 3 ปี ระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ควบคุมราคาและภาระงบประมาณการจัดหายาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสนับสนุนการจัดซื้อเต็มกำลังการผลิต โดยไม่เกินความต้องการของระบบ และอยู่ภายใต้ราคาที่เหมาะสม และได้มอบ สปสช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมวางแผนการจัดทำแนวทางในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ในรูปแบบดังกล่าว เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แนวทางการสนับสนุนการใช้ยามะเร็งในนวัตกรรมไทยนี้ สอดคล้องกับบทบาทของ สปสช. ในการบริหารกองทุนบัตรทองให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยใช้กลไกการรวมซื้อรวมจ่าย การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนความต้องการยาล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาที่จำเป็น ควบคู่กับการดูแลความยั่งยืนของกองทุน

ทั้งนี้ ปัจจุบันระบบบัตรทองได้พัฒนาการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนโยบาย “Cancer Anywhere มะเร็งรักษาได้ทุกที่” ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้ารับบริการ ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งสามารถเข้าถึงการรักษาในหน่วยบริการที่มีศักยภาพได้สะดวกและต่อเนื่องมากขึ้น ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การให้ยา เคมีบำบัด รังสีรักษา ไปจนถึงการติดตามดูแลหลังการรักษา ดังนั้น การดำเนินการในครั้งนี้ จึงเป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมความพร้อมของระบบบริการ ทำให้การรักษาผู้ป่วยมะเร็งในระบบมีความมั่นคงและต่อเนื่องยิ่งขึ้น

“เมื่อ สปสช. สามารถวางแผนความต้องการยาร่วมกับผู้ผลิตในประเทศ จะช่วยให้เกิดการผลิตที่ต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนยา และทำให้การบริหารงบประมาณมีความชัดเจนขึ้น ที่สำคัญคือผู้ป่วยในระบบบัตรทองจะได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงยาที่มีคุณภาพ ภายใต้ราคาที่เหมาะสม ขณะที่ประเทศได้พัฒนาขีดความสามารถด้านการผลิตยาและนวัตกรรมสุขภาพไปพร้อมกัน” เลขาธิการ สปสช. กล่าวย้ำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่แค่บัตรทอง! คนไทยอายุ 50-70 ปี ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ฟรีทุกสิทธิ

มหาสารคาม แจงผลคัดกรองพยาธิใบไม้ตับนักศึกษา ย้ำไม่ใช่การระบาดผิดปกติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บอร์ด สปสช. หนุนยามะเร็งนวัตกรรม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์-สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...