โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เมียหลวงเมียนมาเจอผัวเดินออกจากโรงแรมกับสาวไทย บุกตบยับกลางลานจอดรถ

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คาหนังคาเขา! เมียหลวงเมียนมาเจอผัวเดินออกจากโรงแรมกับสาวไทย บุกตบยับกลางลานจอดรถ ก่อนประกาศลั่นขอหย่า

คาหนังคาเขา! เมียหลวงเมียนมาเจอผัวเดินออกจากโรงแรมกับสาวไทย บุกตบยับกลางลานจอดรถ ก่อนประกาศลั่นขอหย่า

เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.เมืองสิงห์บุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกัน เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถด้านหลังโรงแรมเจ้าพระยา ในเขตตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี

หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงรีบรุดไปตรวจสอบ และระงับเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบหญิงเป็นชาวเมียนมา อายุประมาณ 30 ปี ชื่อนางสาวนา ( นามสมมติ ) กำลังทำร้ายร่างกาย นางสาวเอ ( นามสมมติ ) เป็นสาวชายไทย

โดยมีนายโซ ( นามสมมติ ) ชายชาวเมียนมา กำลังห้ามปรามและพยายามกันตัวนางสาวนาออกไป เจ้าหน้าที่จึงเข้าไประะงับเหตุ พบนางสาวเอ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณใบหน้า มีร่องรอยถูกเล็บขีดข่วน

จากการสอบถามถึงสาเหตุเรื่องราวที่เกิดขึ้น นางสาวนา เล่าว่า ตนและนายโซ เป็นชาวเมียนมา และเป็นสามีภรรยากัน มาเช่าห้องพักและทำงานอยู่ที่เมืองไทยนานนับสิบปี แต่ทำงานกันคนละที่ โดยนายโซ เคยมีภรรยามาแล้ว และมีลูกติดมาหนึ่งคน ก่อนจะมาอยู่กินกับตนและมีลูกวัย 7 เดือนด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุนายโซไม่ได้กลับห้องพักทั้งคืน กระทั่งบ่ายวันนี้ ระหว่างที่ตนขี่รถจักรยานยนต์มาส่งสินค้าให้ลูกค้าที่โรงแรม สังเกตเห็นรถจักรยยานยนต์ของนายโซจอดอยู่ที่ลานจอดรถ และสักพักนายโซและนางสาวเอ ก็เดินออกมาจากโรงแรมด้วยกัน

ทำให้ตนสรุปเหตุการณ์ได้ทั้งหมด เพราะเคยทราบเรื่องระแคะ ระคายมาตลอด แต่ยังไม่เคยจับได้ ทำให้เกิดอารมณ์โมโหปรี่เข้าไป ทั้งตบ เตะ ถีบ นางสาวเอ กระทั่งเจ้าหน้าที่ของโรงแรมโทรไปแจ้งตำรวจ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาห้ามปราม ซึ่งนางสาวนา ยืนยันว่าจะขอเลิกและให้นายโซ เอาลูกของนายโซไปเลี้ยงดูเอง ส่วนตนจะเลี้ยงลูกวัย 7 เดือนที่เกิดกับนายโซเอง ขณะที่ฝ่ายนายโซและนางสาวเอ ไม่เอ่ยปากแสดงความคิดเห็นใดๆ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวคู่กรณีไปที่โรงพัก เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...