โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พริษฐ์เปิดโปงเมกะโปรเจกต์การศึกษา 2.6 หมื่นล้าน พบเครือข่าย 5 บริษัทผูกขาด โยงกันด้วยเส้นเงิน

THE STANDARD

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
พริษฐ์เปิดโปงเมกะโปรเจกต์การศึกษา 2.6 หมื่นล้าน พบเครือข่าย 5 บริษัทผูกขาด โยงกันด้วยเส้นเงิน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายถึงตรวจสอบการใช้งบประมาณในโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของรัฐบาล มูลค่ารวมกว่า 2.62 หมื่นล้านบาท

พริษฐ์ได้เปิดเผยข้อมูลความเชื่อมโยงของกลุ่มบริษัท 5 แห่งที่อยู่ภายใต้เครือข่ายผู้ถือหุ้นเดียวกัน ซึ่งชนะการประมูลโครงการอย่างครอบคลุม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการกำหนดเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) ที่อาจส่งผลให้เกิดการลดการแข่งขันและเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนเฉพาะกลุ่ม มากกว่าการมุ่งยกระดับทักษะการศึกษาของประชาชนตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

พริษฐ์อธิบายว่า โครงการดังกล่าวถูกริเริ่มและผลักดันในช่วงที่พรรคภูมิใจไทยรับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกอบด้วย 4 โครงการหลัก ได้แก่

  • โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา (NDLP) ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 1.73 หมื่นล้านบาท
  • โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) สำหรับนักเรียนประถมและมัธยมศึกษา วงเงิน 3.15 พันล้านบาท
  • โครงการระบบแฟ้มสะสมทักษะสำหรับนักศึกษา ภายใต้กระทรวง อว. วงเงิน 5.14 พันล้านบาท

และ 4. ระบบคลังหน่วยกิตกลาง (National Credit Bank) วงเงิน 384 ล้านบาท งบประมาณรวมของเมกะโปรเจกต์นี้มีมูลค่าเทียบเท่ากับการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถึง 10 แห่ง หรือเทียบเท่ากับงบประมาณประจำปีของ 5 กระทรวงรวมกัน

การดำเนินงานในระยะที่ผ่านมาพบปัญหาในระดับปฏิบัติการ โดยเฉพาะในโครงการ NDLP ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากโรงเรียนนำร่องว่าระบบที่ได้รับไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ มีความล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือ และโรงเรียนไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในระบบได้เองจนต้องรอส่วนกลางดำเนินการเป็นเวลาหลายเดือน

นอกจากนี้ นโยบายด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบันยังขาดความชัดเจนและมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางหลายครั้ง

ประเด็นสำคัญจากการตรวจสอบเอกสาร TOR ของโครงการต่างๆ พบลักษณะที่อาจนำไปสู่การลดการแข่งขัน เช่น โครงการ NDLP ซึ่งจัดรูปแบบโครงการเป็นการจ้างที่ปรึกษา และกำหนดเงื่อนไขว่าต้องใช้ที่ปรึกษาที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลังจำนวน 475 คน

รวมถึงโครงการแฟ้มสะสมทักษะที่มีการระบุรายละเอียดในลักษณะที่อาจเป็นการลดข้อกำหนดลงเพื่อให้ผู้ประกอบการบางรายเข้าเกณฑ์

จากการตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่เข้ามารับงานใน 4 โครงการหลัก รวมกับโครงการ TH-AI Passport ซึ่งมีเป้าหมายด้านการยกระดับทักษะเช่นเดียวกัน พบว่ามีสัญญาย่อยที่ต้องจัดซื้อจัดจ้าง 12 สัญญา โดยดำเนินการไปแล้ว 10 สัญญา มีบริษัทที่เกี่ยวข้อง 23 แห่ง

พริษฐ์ชี้ว่า ข้อมูลเชิงลึกแสดงให้เห็นว่ามีบริษัทหนึ่งชนะการประมูลถึง 5 จาก 10 สัญญา บริษัทนี้ก่อตั้งในปี 2560 แต่มารับงานและมีการเปลี่ยนแปลงชื่อรวมถึงเพิ่มทุนจดทะเบียนถึง 25 เท่าในปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของเมกะโปรเจกต์ ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น 40 เท่า

เมื่อตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นพบว่าบริษัทดังกล่าวเกิดจากการร่วมทุนของบริษัทหลักสองแห่ง และมีอาคารที่ตั้งเดียวกับหนึ่งในบริษัทแม่ การขยายผลตรวจสอบยังพบอีกสองบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดียวกัน รวมเป็นเครือข่าย 5 บริษัทที่เชื่อมโยงกันในการเข้ามารับงานในโครงการเหล่านี้

พริษฐ์กล่าวอีกว่า ยังปรากฏข้อมูลของบริษัทคู่เทียบรายหนึ่งที่ประกอบธุรกิจตู้เครื่องดื่มอัตโนมัติและไม่มีประสบการณ์ด้านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการของ 4 โครงการย่อย

พริษฐ์ระบุว่า โครงสร้างของบริษัทที่เข้ามารับงานมีลักษณะเป็นเครือข่ายทุนที่เชื่อมโยงกันด้วยเส้นทางการเงิน นำมาสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับเป้าหมายที่แท้จริงของโครงการ ว่าถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มทักษะและรายได้ให้ประชาชน หรือเพื่อเพิ่มโครงการและผลกำไรให้กลุ่มทุน การออกแบบโครงการที่ทับซ้อนกันอาจเป็นช่องทางในการเพิ่มกำไรให้เครือข่ายดังกล่าว

พริษฐ์เรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงนายกรัฐมนตรีเข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการตามหลักการ

“แม้ว่าเราจะสรุปชัดๆ ไม่ได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่ขอทิ้งท้ายโดยการยืมประโยคจากนายกรัฐมนตรีว่าที่ไหนมีควันที่นั่นมีไฟ และเชื่อว่าข้อมูลที่ผมนำเสนอวันนี้เป็นควันที่ชัดเจนมากเพียงพอ รัฐบาลจะเร่งหากองไฟแล้วดับไฟ หรือจะเลือกปล่อยให้ไฟลามทุ่งจนเผาผลาญภาษีของพี่น้องประชาชน การตัดสินใจอยู่ในมือท่าน” พริษฐ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...