โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเส้นทางการเงินมัดตัวปลัดภูเก็ตโยงคดีทุจริตเรียกรับสินบนสอบ อส. และคดีที่ดิน ส.ค.1

THE STANDARD

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เปิดเส้นทางการเงินมัดตัวปลัดภูเก็ตโยงคดีทุจริตเรียกรับสินบนสอบ อส. และคดีที่ดิน ส.ค.1

วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับสูง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม รุ่งเรือง ปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 พฤติการณ์เรียกรับเงินช่วยเหลือสอบราชการและแก้เอกสารที่ดิน

การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาว่ารุ่งเรืองมีพฤติการณ์เป็นตัวกลางเรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นได้

อังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการฯ จาก DSI เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกจากคดีสอบเข้าราชการแล้ว ยังมีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมได้เข้าร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ว่าถูกปลัดจังหวัดรายนี้เรียกรับเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือแก้ไขเอกสาร ส.ค.1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิการครอบครองที่ดิน โดยมีบุคคลที่สามเป็นนายหน้าพาเข้าพบ เมื่อผู้เสียหายตกลงและโอนเงินให้ตามเลขบัญชีที่ผู้ต้องหาระบุ กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ตามที่ตกลงไว้

พ.ต.อ.สุพจน์ ระบุว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีที่ดิน พบความเชื่อมโยงกับคดีเรียกรับเงิน อส. อย่างชัดเจน โดยพบว่ารุ่งเรืองได้สั่งการให้เจ้าของโรงแรมโอนเงิน 1 ล้านบาท ไปยังบัญชีของ 1 ใน 3 อส. ที่เคยจ่ายเงินให้ตน เพื่อเป็นการคืนเงินที่เคยเรียกรับมา จากนั้นรุ่งเรืองได้สั่งให้ อส. รายดังกล่าวทอนเงินส่วนต่างจำนวน 100,000 บาท เข้าบัญชีของเลขานุการส่วนตัว และให้เลขานุการกดเป็นเงินสดนำมามอบให้ตนเอง

จากพยานหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงกัน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุมรุ่งเรืองเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 (ฐานเป็นคนกลางเรียกรับผลประโยชน์) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 175 พร้อมทั้งแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีเรียกรับเงินจากเจ้าของโรงแรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับการดำเนินการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ตำรวจชี้แจงว่า คดีนี้เป็นคนละส่วนกับคดีโกงข้อสอบหลักที่สำนักงาน ป.ป.ช. รับผิดชอบอยู่ อย่างไรก็ตาม การสืบสวนจะดำเนินควบคู่กันไป หากพบความเชื่อมโยงจะมีการขยายผลต่อไป

ในประเด็นข้อสงสัยเรื่องแรงจูงใจทางการเมือง กรณีที่ผู้ต้องหาเพิ่งกลับมารับตำแหน่งได้เพียง 1 วันก่อนถูกจับกุม วิรุฟห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้กรมฯ มีคำสั่งให้ปลัดจังหวัดและข้าราชการที่เกี่ยวข้องรวม 5 ราย เข้ามาช่วยราชการส่วนกลางเป็นเวลา 30 วัน เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อครบกำหนดตามระเบียบจึงต้องส่งตัวกลับต้นสังกัด ซึ่งผลการสอบสวนทางวินัยพบมูลความผิดเพียงพอ และเตรียมมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าดำเนินคดีทางอาญาเสียก่อนเนื่องจากพยานหลักฐานมีความรัดกุม

ทั้งนี้ คณะทำงานร่วมบูรณาการทุกฝ่ายขอยืนยันว่า การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองในพื้นที่แต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องพฤติกรรมคุกคามเจ้าหน้าที่ อส. หญิงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมรับว่าเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในการสืบสวน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...