สหรัฐฯ คว่ำบาตรเพิ่ม 'ผู้นำคิวบาและคนใกล้ชิด' ธุรกิจแห่ถอนตัว
แม้สหรัฐอเมริกาจะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อคิวบามานานหลายทศวรรษ แต่ล่าสุด รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ต่อประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ-กาเนล ของคิวบา รวมถึงภรรยา สมาชิกในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์แห่งนี้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. 69
มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงหลายหน่วยงานสำคัญ อย่าง กระทรวงกองกำลังปฏิวัติแห่งคิวบา สถาบันมิตรภาพแห่งประชาชนคิวบา และคณะกรรมการเพื่อการปกป้องการปฏิวัติ
โดย 'ใครก็ตาม' ที่ให้บริการแก่กลุ่มที่ถูกคว่ำบาตรเหล่านี้ มีความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเช่นกัน เช่น การถูกอายัดทรัพย์สินและถูกตัดขาดจากระบบการเงินของสหรัฐฯ
นั่นทำให้บริษัทต่างๆ ของยุโรป ตั้งแต่โรงแรมของสเปนไปจนถึงบริษัทเดินเรือของเยอรมนี กำลังทยอยยุติการดำเนินงานในคิวบา แม้บางแห่งจะต้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่โรงแรมและธถรกิจหลายแห่งได้ถอนการบริหารจัดการออกจากคิวบาอย่างสิ้นเชิง โดยอ้างถึงสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ สังคม กฎหมาย และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
ดูเหมือนนี่จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองของประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ-กาเนล แห่งคิวบา แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะดึงสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดและแหล่งลงทุนต่างประเทศหลักของที่นี่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สหรัฐได้แสดงเจตจำนงที่จะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่คิวบา เป็นจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับเงื่อนไขที่ว่า รัฐบาลคิวบาและกองทัพจะไม่ได้รับอนุญาตให้กำกับดูแลการแจกจ่ายความช่วยเหลือ แต่จะต้องถูกส่งผ่านองค์กรด้านมนุษยธรรมและองค์กรทางศาสนา เช่นคาริตัส เครือข่ายบรรเทาทุกข์ระดับโลกของคริสตจักรคาทอลิก รวมถึงกลุ่มไม่แสวงหาผลกำไรอื่นๆ เท่านั้น
ขณะที่ทั่วโลกกังวลว่า สิ่งที่ทรัมป์ทำคือการ 'ส่งสัญญาณ' ว่า คิวบาอาจเป็นประเทศต่อไปต่อจากเวเนซุเอลา ที่จะล่มสลายภายใต้แรงกดดันของสหรัฐฯ