กรมควบคุมมลพิษแจงผลตรวจ ‘ห้วยตะเข้’ ชี้ประปาดื่มได้ตามเกณฑ์ ผลตรวจต้นน้ำพบสารหนู-ตะกั่วเกินมาตรฐาน เร่งล่าต้นตอ
วานนี้ (5 มิถุนายน) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองหนองน้ำเขียว คลองเกด และคลองห้วยตะเข้ ตำบลปากข้าวสาร อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบปูพรมระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน 2569 เพื่อค้นหาแหล่งที่มาของการลักลอบปล่อยน้ำเสียและรวบรวมหลักฐานทางสิ่งแวดล้อมสำหรับการดำเนินคดีทางกฎหมาย
จากการเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินบริเวณจุดสูบน้ำดิบเพื่อการประปาของเทศบาลเมืองสระบุรี (ประปาเดิม) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม และวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผลการวิเคราะห์พารามิเตอร์จำนวน 18 รายการ อาทิ ความเป็นกรดและด่าง (pH) ออกซิเจนละลายน้ำ (DO) แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม และโลหะหนัก 8 ชนิด พบว่าคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำผิวดิน ประเภทที่ 3 ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อการเกษตรกรรม รวมถึงการอุปโภคบริโภคได้โดยต้องผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคและปรับปรุงคุณภาพน้ำตามปกติ
ขณะที่ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปา จำนวน 16 พารามิเตอร์ ทั้งด้านกายภาพและสารเคมี รวมถึงโลหะหนัก 9 ชนิด พบว่าค่าทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ ตามประกาศกรมอนามัย พ.ศ. 2563 จึงสรุปได้ว่าน้ำประปาที่ผ่านกระบวนการผลิตมีความปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภค
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน จากการเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 บริเวณคลองหนองน้ำเขียว คลองเกด และคลองห้วยตะเข้ พบว่ามีปริมาณสารหนู (As) และตะกั่ว (Pb) เกินค่ามาตรฐานน้ำผิวดินใน 3 จุดหลัก ได้แก่
จุดที่ 1 ต้นน้ำคลองหนองน้ำเขียว: พบสารหนู 0.013 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่ามาตรฐาน 0.010 มก./ล.) และตะกั่ว 0.072 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่ามาตรฐาน 0.050 มก./ล.)
จุดที่ 3 คลองหนองน้ำเขียวบริเวณท้ายกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม: พบสารหนูเกินมาตรฐานที่ระดับ 0.019 มิลลิกรัมต่อลิตร
จุดที่ 6 ฝายกุดนกเปล้า หมู่ 2 ตำบลกุดนกเปล้า: พบสารหนู 0.020 มิลลิกรัมต่อลิตร และตะกั่ว 0.076 มิลลิกรัมต่อลิตร
ทั้งนี้ บริเวณตั้งแต่จุดที่ 6 (ฝายห้วยตะเข้) ไปจนถึงปลายน้ำคลองเพรียว ตรวจพบโลหะหนักบางชนิดแต่ไม่มีพารามิเตอร์ใดเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด
กรมควบคุมมลพิษระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลผลเชิงวิชาการเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างแหล่งที่มาของโลหะหนักและแหล่งกำเนิดมลพิษ ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีแผนจะดำเนินการเก็บตัวอย่างตะกอนใต้ท้องน้ำเพิ่มเติม เพื่อวิเคราะห์การสะสมของโลหะหนัก ซึ่งจะช่วยให้การระบุต้นตอมีความแม่นยำยิ่งขึ้น
หลังจากกระบวนการวิเคราะห์เสร็จสิ้น กรมควบคุมมลพิษจะดำเนินการส่งมอบผลการตรวจทั้งหมดให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานในจังหวัดสระบุรี เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนปัญหาด้านมลพิษได้ผ่านสายด่วน 1650 หรือช่องทางข้อความ (Inbox) บนเฟซบุ๊กแฟนเพจของกรมควบคุมมลพิษ