‘ธงทอง’ เล่าย้อนจริยวัตรอันงดงาม สมเด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผู้เป็นมิ่งขวัญของคนไทย
‘ธงทอง’ เล่าย้อนจริยวัตรอันงดงาม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผู้เป็นมิ่งขวัญของคนไทย ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อประเทศชาติถือเป็นปาฏิหาริย์ที่ทรงคุณค่า
วันนี้ (12 มิ.ย. 69) ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ เปิดเผยกับสื่อมวลชนระหว่างเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ภายหลังสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
ศ.พิเศษ ธงทอง กล่าวว่า ช่วงค่ำของเมื่อวานนี้ มีความกังวลเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับพระอาการของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยทุกคนต่างเฝ้ารอความชัดเจนจากแถลงการณ์ของสำนักพระราชวัง กระทั่งช่วงเช้าของวันนี้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า พระองค์สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ช่วงค่ำของเมื่อวาน ทำให้รู้สึกโศกเศร้าและอาลัย เช่นเดียวกับประชาชนจำนวนมากที่ต่างภาวนาขอให้พระองค์ทรงมีพระอาการแข็งแรง
ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชน นั่นคือ “ปาฏิหาริย์” ที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่า พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกร และทรงอุทิศพระวรกายในการทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในหลายด้าน ทั้งงานด้านอาสาสมัคร งานยุติธรรม ทรงรับราชการเป็นอัยการ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมและยาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นคุณูปการสำคัญต่อประเทศ
ศ.พิเศษ ธงทอง เปิดเผยว่า นับเป็นความโชคดีในชีวิตที่ได้มีโอกาสถวายงานและใกล้ชิด พระองค์ทรงมีพระเมตตาและพระปฏิสันถารอย่างเป็นกันเอง ทรงสนพระทัยเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม กฎหมาย และความเป็นไปของบ้านเมืองอยู่เสมอ มีพระราชปฏิสันถารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายประเด็น จนทำให้รู้สึกว่าพระองค์ทรงเป็นที่พึ่งทางใจและทรงใส่พระทัยต่อทุกข์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ พระองค์ทรงห่วงใยผู้ต้องขังหญิงเป็นอย่างมาก เคยตามเสด็จไปเยี่ยมเรือนจำและเห็นพระองค์ทรงอุ้มบุตรของผู้ต้องขังด้วยพระเมตตา จนต่อมามีพระราชดำริเรื่องการดูแลผู้ต้องขังหญิงได้รับการพัฒนาเป็นกติกากรุงเทพ (Bangkok Rules) ซึ่งองค์การสหประชาชาติรับรองเป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก ถือเป็นเกียรติยศสำคัญของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2534 ขณะไปทำงานวิจัยที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จ และร่วมตามเสด็จไปยังร้านขายสัตว์เลี้ยงใกล้โรงแรม ซึ่งพระองค์ทรงเลือกซื้อสุนัขด้วยพระอิริยาบถเรียบง่าย ภายหลังยังทรงฝากให้ช่วยจัดหาลูกบอลสำหรับสุนัขส่งกลับมาถวาย เรื่องราวเล็ก ๆ เหล่านี้สัมผัสได้ถึงพระอุปนิสัยที่งดงาม ความเป็นกันเอง และพระเมตตาที่ทรงมีต่อผู้คนรอบข้าง