“อิหร่าน” กล่าวหา “สหรัฐ” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง หลังโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
"อิหร่าน" กล่าวหา "สหรัฐ" ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง หลังโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ด้านอิสราเอลเร่งโจมตีเลบานอนกว่า 120 ครั้งในวันเดียว ส่วนราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอีกครั้ง
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าอิหร่านกล่าวหาสหรัฐว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง หลังเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้ความพยายามยุติสงครามในตะวันออกกลางเผชิญความซับซ้อนมากขึ้น
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในเลบานอนมากกว่า 120 ครั้งในวันเดียว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการโจมตีที่หนักที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของเลบานอน โดยอิหร่านพยายามผลักดันให้การยุติการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพด้วย
กระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การโจมตีของสหรัฐในจังหวัดฮอร์โมซกัน ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งสื่ออิหร่านรายงานว่าเกิดเสียงระเบิดขึ้นในช่วงเช้าวันอังคาร ถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางและดำเนินมาเกือบ 7 สัปดาห์แล้ว
ด้านสหรัฐยืนยันว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการป้องกันตนเอง โดยมุ่งเป้าไปยังฐานยิงขีปนาวุธและเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิดในพื้นที่
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า อาจต้องใช้เวลาอีกไม่กี่วัน เพื่อเจรจาข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ หลังทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณว่ามีความคืบหน้าในการจัดทำข้อตกลงเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยยุติการสู้รบและเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ข้อตกลงระยะแรกดังกล่าวจะเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลา 60 วันในการเจรจาประเด็นที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
สื่ออิหร่านรายงานว่า คณะเจรจาของอิหร่านกำลังผลักดันให้มีการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้หลายพันล้านดอลลาร์เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง โดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาอิหร่าน เดินทางกลับจากกาตาร์หลังหารือเรื่องการปล่อยเงินอายัดราว 24,000 ล้านดอลลาร์
สำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เงินทุนที่ถูกอายัดถือเป็นประเด็นสุดท้ายที่ยังติดขัดในข้อตกลง ขณะที่สำนักข่าว ISNA ระบุว่า การเจรจาในกาตาร์เป็นไปในเชิงบวกโดยรวม
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันโลกกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีล่าสุด โดยราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นราว 3.5% แตะระดับประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สงครามที่เริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ได้สร้างแรงกระแทกต่ออุปทานน้ำมันโลกอย่างรุนแรง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย และอาหารเพิ่มสูงขึ้น
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 1 ใน 5 ของโลก มีปริมาณการเดินเรือลดลงอย่างมากนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า อิหร่านอนุญาตให้เรือบางส่วนผ่านช่องแคบได้ แต่ให้สิทธิพิเศษกับเรือที่เชื่อมโยงกับประเทศพันธมิตร
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ประกาศสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ พร้อมระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านได้ยิงโดรนสหรัฐตก 1 ลำ และยิงใส่โดรนอีกลำรวมถึงเครื่องบินรบที่ถูกกล่าวหาว่ารุกล้ำน่านฟ้าอิหร่านในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวผ่าน Telegram เนื่องในโอกาสพิธีฮัจญ์ประจำปีว่า “จากนี้ไป คำขวัญความตายแด่อเมริกาและความตายแด่อิสราเอล จะเป็นคำขวัญของประชาชาติอิสลามและผู้ถูกกดขี่ทั่วโลก”
ขณะที่นายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu ระบุว่า อิสราเอลกำลังยกระดับปฏิบัติการในเลบานอน และใช้กำลังขนาดใหญ่ในพื้นที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเปิดเผยว่า การโจมตีล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย และบาดเจ็บ 40 ราย
ทั้งนี้แหล่งข่าวอิหร่านระบุว่า ข้อตกลงเบื้องต้นที่อยู่ระหว่างเจรจาจะมีกรอบเวลา 30 วัน เพื่อยุติการสู้รบในทุกแนวรบ ฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และอาจรวมถึงมาตรการบรรเทาทางการเงินบางส่วน ก่อนเข้าสู่การเจรจาระยะที่สองในประเด็นยากกว่า เช่น โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ย้ำว่า เป้าหมายหลักของสหรัฐ คือการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จากยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูง ขณะที่อิหร่านปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีแผนดังกล่าว
นอกจากนี้ทรัมป์ยังใช้วิกฤตครั้งนี้ผลักดันให้ประเทศอาหรับและมุสลิมเพิ่มเติม รวมถึงซาอุดีอาระเบีย เข้าร่วม Abraham Accords ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลให้เป็นปกติ อย่างไรก็ตามซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วม หากยังไม่มีแนวทางชัดเจนในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์
อ้างอิง : reuters.com