โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่รอด! ยูทูบเบอร์ดัง ถูกศาลสั่งคุมตัวเข้าคุกเรียบร้อยแล้ว ปมคดีใช้AI ปลอมเสียง (ข่าวต่างประเทศ)

News In Thailand

เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 23.45 น. • oum
ไม่รอด! ยูทูบเบอร์ดัง ถูกศาลสั่งคุมตัวเข้าคุกเรียบร้อยแล้ว ปมคดีใช้AI ปลอมเสียง (ข่าวต่างประเทศ)

จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า คิมเซอึย ประธานช่องยูทูบ 가로세로연구소 (Garo Sero Institute) ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นประมาทและสร้างความเสียหายให้กับ คิมซูฮยอน ถูกศาลสั่งคุมตัวเข้าคุกเรียบร้อยแล้ว โดยผู้พิพากษา บูดงซิก จากศาลกลางกรุงโซล ได้อนุมัติออกหมายจับในข้อหาทำผิดกฎหมายลงโทษความรุนแรงทางเพศ (แจกจ่ายสิ่งบันทึกจากกล้องแอบถ่าย) โดยศาลให้เหตุผลชัดเจนว่า เขามีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำลายหลักฐานและมีโอกาสหลบหนีสูงมาก

เรื่องของเรื่องคือ คิมเซอึย โดนข้อหาหนักจากการไปกุเรื่องลงยูทูบว่า คิมซูฮยอน เคยคบหากับ คิมแซรน ตั้งแต่ฝ่ายหญิงยังไม่บรรลุนิติภาวะ และยังอ้างอีกว่าสาเหตุที่ คิมแซรน เสียชีวิต เป็นผลมาจากการโดนทางฝั่งของ คิมซูฮยอน กดดันเรื่องการชำระหนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเท็จ นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมใช้ AI ปลอมแปลงเสียงของ คิมแซรน ขึ้นมาเพื่อสร้างเรื่องใส่ร้ายจนทำให้ คิมซูฮยอน เสียหายอย่างหนักด้วย

ย้อนกลับไปช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว คิมเซอึย เคยร่วมมือกับฝั่งญาติของ คิมแซรน จัดงานแถลงข่าวและเปิดคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นหลักฐานการคบหากัน ทางฝั่ง คิมซูฮยอน เลยจัดการฟ้องดำเนินคดีทันทีในข้อหาหมิ่นประมาท โดยยืนยันว่าคลิปเสียงนั้นถูกทำขึ้นมาจาก AI ซึ่งทางตำรวจก็ได้ส่งคลิปนี้ไปให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NFS) ตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ทางสถาบันสรุปผลกลับมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า "ไม่สามารถจำแนกได้"

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจกังนัมได้ระบุในคำร้องขอหมายจับว่า คิมเซอึย มีเจตนาปล่อยข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับ คิมซูฮยอน เพื่อหวังผลประโยชน์และรายได้จากยอดวิวในยูทูบ และจากการตรวจสอบยังพบอีกว่า ภาพแชต Kakaotalk ที่เขาเอามาอ้างว่าเป็นหลักฐานการคบหากันของทั้งคู่นั้น เป็นของที่ถูกทำปลอมขึ้นมาบางส่วนด้วย

สุดท้ายหลังจากที่ตำรวจยื่นขอหมายจับไปเมื่อวันที่ 14 และอัยการอนุมัติส่งเรื่องต่อเมื่อวันที่ 20 ล่าสุด คิมเซอึย ได้เดินทางมาขึ้นศาลเพื่อฟังคำสั่ง พร้อมกับให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีว่า "ไม่ยอมรับข้อหาเลยแม้แต่ข้อเดียว" แถมยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าจะฟ้องกลับตำรวจและอัยการที่ยื่นทำเรื่องจับกุมเขาในข้อหาบิดเบือนข้อกฎหมายและแพร่กระจายข้อมูลเท็จ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...