คลังเร่งคัดกรอง'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' 19.14 ล้านคน คาดเห็นผลภายใน 7 วัน
กระทรวงการคลังเดินหน้าตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มประชาชนตกหล่นรวม 19.14 ล้านคน ก่อนประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยย้ำว่ายังไม่มีการคัดรายชื่อผู้ใดออกจากระบบ
ขณะที่กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างศึกษาปรับโครงสร้างสวัสดิการภาครัฐทั้งระบบ ผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาษีกับสวัสดิการตามแนวคิดภาษีเงินได้ติดลบ (Negative Income Tax : NIT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนและลดความซ้ำซ้อนของสวัสดิการ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เข้ามายืนยันตัวตนแล้วจำนวน 12.70 ล้านคน รวมถึงประชาชนที่กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่สำรวจและพบว่าเข้าเกณฑ์ได้รับการช่วยเหลือแต่ยังไม่ได้รับสวัสดิการแห่งรัฐอีกประมาณ 6.44 ล้านคน
คาด 7 วันเห็นผลคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ส่งผลให้มีประชาชนที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติรวมทั้งสิ้น 19.14 ล้านคน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การคัดกรองเป็นไปอย่างรอบคอบและถูกต้องที่สุด
“ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีผู้ที่ผ่านหรือไม่ผ่านคุณสมบัติจำนวนเท่าใด เพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลจากหลายหน่วยงาน คาดว่าภายใน 7 วันจากนี้จะมีการรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569”
ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า ในเวลานี้ยังไม่มีการตัดสิทธิหรือคัดรายชื่อผู้ใดออกจากระบบตามที่มีกระแสข่าวเกิดขึ้น โดยทุกคนยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเป็นทางการ
บัญชีกลางลุยจัดระเบียบสวัสดิการทั้งระบบ
สำหรับประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับความซ้ำซ้อนของการได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ เช่น กรณีประชาชนรายหนึ่งมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์และเป็นผู้พิการในเวลาเดียวกัน จะได้รับสิทธิช่วยเหลือซ้ำซ้อนหรือไม่นั้น นายลวรณ ระบุว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางกำลังพิจารณารายละเอียดของระบบสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด ทั้งในส่วนสวัสดิการเฉพาะกลุ่มและสวัสดิการถ้วนหน้า เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสม
จ่อใช้ระบบภาษี NIT ดูแลรายได้น้อย
แนวทางสำคัญที่กำลังศึกษา คือ การนำหลักการภาษีเงินได้ติดลบ หรือ Negative Income Tax (NIT) มาเป็นเครื่องมือจัดระเบียบสวัสดิการของรัฐ โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลรายได้จากระบบภาษีเข้ากับฐานข้อมูลสวัสดิการ เพื่อประเมินระดับความจำเป็นและความเดือดร้อนของประชาชนแต่ละกลุ่มอย่างแม่นยำมากขึ้น
ทั้งนี้ แนวคิด NIT ถือเป็นกลไกที่หลายประเทศใช้ในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยรัฐจะให้เงินสนับสนุนแก่ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าระดับที่กำหนด แทนการจัดสวัสดิการหลายรูปแบบที่อาจมีความซ้ำซ้อน ส่งผลให้การใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดปัญหาการตกหล่นของผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ
นายลวรณ กล่าวว่า กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลสวัสดิการของรัฐทั้งระบบ เพื่อให้เห็นภาพรวมการช่วยเหลือประชาชนในแต่ละมิติ ก่อนนำมาวิเคราะห์และออกแบบแนวทางการช่วยเหลือใหม่ที่สอดคล้องกับระดับความเดือดร้อนของแต่ละบุคคล
“ในอนาคต รูปแบบการช่วยเหลืออาจมีความแตกต่างกันตามระดับความจำเป็นของประชาชน เช่น ผู้ที่มีความเดือดร้อนมากอาจได้รับการช่วยเหลือมากกว่า ขณะที่ผู้มีความเดือดร้อนน้อยอาจได้รับการสนับสนุนในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้การใช้งบประมาณภาครัฐเกิดประโยชน์สูงสุดและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด”
อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงการคลังยอมรับว่า การผลักดันระบบ NIT ยังมีรายละเอียดเชิงเทคนิคและกฎหมายที่ต้องพิจารณาอีกจำนวนมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับทั้งระบบภาษี การจัดสรรงบประมาณ และฐานข้อมูลสวัสดิการของหลายหน่วยงาน จึงเป็นประเด็นที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ