โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กูรูชี้กนง.คงดอกเบี้ย 1% รับมือเศรษฐกิจเปราะบาง-เงินเฟ้อพลังงาน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดจับตาการประชุม กนง. วันที่ 24 มิ.ย. 2569 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของปีที่มีกรรมการครบ 7 คน หลังแต่งตั้งกรรมการใหม่ทดแทนผู้ลาออก ขณะที่ SCB EIC ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และวิจัยกรุงศรี ประเมินตรงกันว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง แม้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวจากราคาพลังงาน โดยมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจสร้างแรงกดดันต่ออุปสงค์ในประเทศมากกว่าช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อ

กนง. ประชุมครั้งแรกของปีที่มีกรรมการครบ 7 คน

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2 ของปี ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรกของปีที่มีกรรมการครบทั้ง 7 คน หลังมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างจากการลาออกก่อนครบวาระของกรรมการเดิม 2 ราย

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินตรงกันว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการดูแลเงินเฟ้อและการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

SCB EIC ปรับเพิ่ม GDP ไทยปีนี้เป็น 2%

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) เปิดเผยว่า ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 1.7% เป็น 2.0% หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และราคาน้ำมันโลกปรับลดลง ช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน

นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเม็ดเงินจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี

อย่างไรก็ตาม SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะอ่อนแรงเมื่อเทียบกับอดีต โดยคาดว่า GDP ปี 2570 จะชะลอลงเหลือ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ยังคงกดดันการเติบโตระยะยาว

เตือน 3 ความเปราะบางเศรษฐกิจไทย

SCB EIC ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเปราะบางสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การกระจุกตัวของการเติบโตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในกระบวนการลดหนี้ และภาวะอ่อนแอของธุรกิจ SME

แม้การลงทุนจากต่างชาติในธุรกิจ Data Center, AI และ Semiconductor จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจยังไม่กระจายไปยังภาคส่วนอื่นอย่างทั่วถึง ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศยังถูกกดดันจากรายได้ที่เติบโตไม่ทันค่าครองชีพ

กสิกรไทย-กรุงศรี มองตรงกัน คงดอกเบี้ยทั้งปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรอติดตามทิศทางเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่ยังมาจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะราคาพลังงาน ซึ่งมีลักษณะชั่วคราว

เช่นเดียวกับวิจัยกรุงศรีที่มองว่า แม้บางประเทศจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลค่าเงินและเงินทุนเคลื่อนย้าย แต่บริบทของไทยแตกต่างออกไป เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อไม่ได้เกิดจากอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยอาจยิ่งซ้ำเติมภาวะการบริโภคและการลงทุน

จับตา Fund Flow และค่าเงินบาทครึ่งปีหลัง

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นักเศรษฐศาสตร์จับตาคือแนวโน้มเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาท หลังดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยมีแนวโน้มลดลงจากผลกระทบด้านพลังงานและการแข่งขันจากสินค้านำเข้า

หากไทยไม่สามารถรักษาระดับดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับบวกได้เหมือนในอดีต อาจทำให้ค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนต่างชาติมีความผันผวนมากขึ้นในระยะข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า กนง. จะเลือกใช้นโยบายดอกเบี้ยระดับต่ำต่อไป เพื่อประคองเศรษฐกิจไทยให้สามารถขยายตัวได้ใกล้ระดับ 2% ในปีนี้ ท่ามกลางความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...