เกิดอะไรขึ้นที่ภูเก็ต
ที่ภูเก็ตเขาสนุกสนานกันดีนะครับ
มีทั้ง “ผู้ว่าฯ เซมเบ้” “รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด”
แถมยังมี “รองกุ้ง” อีก ๒ คน
ส่วนนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ทราบมีฉายาอะไรกันบ้าง แต่หวังว่าคงไม่ใช่ น้ำเต้า ปู ปลา
เอาแค่ระดับบิ๊กๆ ๒ คนที่ว่า คนไทยก็หูผึ่งกันทั้งประเทศแล้ว
ผู้ว่าฯ เซมเบ้ ซัด กับ รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด
รองผู้ว่าฯ จะย้ายผู้ว่าฯ บร๊ะเจ้า เรื่องแบบนี้มันมีด้วยหรือ
ร้อนไปถึงรัฐบาลครับ
วันก่อนนายกฯ อนุทิน พูดกลางวงประชุมข้าราชการมหาดไทย มีที่ไหนรองผู้ว่าฯ ซีฟู้ดจะย้ายผู้ว่าฯ
ก็นั่นสิครับ ลูกน้องจะย้ายนายหัวได้ไง
แต่วานนี้ (๑๖ มิถุนายน) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไฟเขียว ย้ายเกลี้ยงเลยครับ
สลับที่เป็นเก้าอี้ดนตรี
ตามข่าวระบุว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้ย้าย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ก็คือ “ผู้ว่าฯ เซมเบ้” นั่นแหละครับ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
โยก นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มาเป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ตแทน
ก่อนนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งโยกย้ายรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ๒ ราย ก็คือ “๒ รองกุ้ง” นั่นแหละครับ
นายธีระพงศ์ ช่วยชู ก็คือรองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด และนายอดุลย์ ชูทอง
ภาษาข่าวเขาเรียกว่าล้างบาง เหตุผลการย้ายไปฟังจากปาก นายกฯ อนุทิน ก็ได้ความว่า เพราะภูเก็ตมีปัญหาเยอะ
“…ผู้สื่อข่าวก็เห็น ผมลงไปดำเนินการสองสามวันก็ยังไม่ดีขึ้น
พอมีอะไรขึ้นมาก็มีการแฉนั่นแฉนี่ มันทำงานกันไม่ได้หรอกแบบนี้ เราก็ต้องเอาคนที่ไม่มีความขัดแย้งกัน เอาคนที่ทำงานร่วมกันได้ไปทำงาน เพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล
ขณะเดียวกันเราก็ไม่ยอมให้เกิดประเด็น เช่น การบุกยึดที่ดินชายหาดไล่ชาวบ้าน ข่มขู่ มาเฟีย ต่างๆ นานา และแอบอ้างกันอะไรเช่นนี้ แล้วจะให้ผมรอรับฟังรายงานว่าขอเวลาอีก ๙ เดือนไปสืบสวนสอบสวนตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน ผมก็มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปว่า ช่วงนี้มีปัญหาเยอะก็เร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด…”
ฝั่ง “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย วอลเปเปอร์นายกฯ บอกว่า…
“…กระแสข่าวในภูเก็ตเริ่มจากเรื่องทุนเทา และผู้มีอิทธิพลเรียกรับผลประโยชน์ จึงมีการโยกย้ายเพื่อให้สถานการณ์นั้นคลี่คลาย โดยมีการปรับเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ทางราชการ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเท่านั้นเอง
ปรับคนที่เคยอยู่ ไปอยู่ในที่ที่ไม่ได้ห่างไกลอะไร
คนที่มาใหม่ก็จะได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ ทั้งเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล
และเรื่องอื่นในพื้นที่ที่ยังไม่เรียบร้อย…”
ภูเก็ตสำคัญแค่ไหน
ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวระดับโลก
สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล ๔-๕ แสนล้านบาทต่อปี
ภูเก็ตครองแชมป์จังหวัดที่ทำรายได้สูงสุดอันดับต้นๆ ของไทย ขณะที่ค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ ๔๐๐ บาทต่อวัน
ขณะที่ค่าครองชีพสูงลิ่ว จีดีพีภูเก็ต มีมูลค่ารวมกว่า ๑.๕ แสนล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ที่ ๒๕๒,๒๗๙ บาทต่อปี ใกล้เคียงประเทศพัฒนาแล้วหลายๆประเทศในยุโรปตะวันออก
จะเรียกว่ารายได้ปานกลางค่อนข้างสูงก็ได้ ภูเก็ตจึงมีความสำคัญกับประเทศไทยมาก
ใครไปเป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ตจึงต้องมีฝีมือจริงๆ ไม่ใช่ใครก็เป็นได้
แต่…ที่ภูเก็ตปัญหาเพียบครับ นอกจากคนในศาลากลางจังหวัดซัดกันเองแล้ว ข้างนอก ตามถนน ตามชายหาด ถูกปล่อยจนเละตุ้มเป๊ะ มาเฟียต่างชาติไปเติบใหญ่จนแทบจะครอบครองเกาะได้แล้ว
เพิ่งจะมีการกวาดล้างกลุ่มอิทธิพลทั้งไทยและต่างชาติอย่างหนัก
มีคดีบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณ "หาดฟรีด้อม"
คนไทยถูกไล่ ถูกถีบออก จนเป็นคดีความก็มี
ยังมีปัญหาส่วยสถานบันเทิง
เดือนที่แล้วกลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิง ย่านซอยบางลา หาดป่าตอง ได้รวมตัวกันคัดค้านการรีดไถส่วย นำไปสู่การสั่งย้ายปลัดและนายอำเภอรวม ๕ รายออกนอกพื้นที่
วันนี้คนภูเก็ตจริงๆ เดินตัวลีบ เพราะมาเฟียทั้งไทยและเทศใหญ่โตกันเหลือเกิน
คนมีสีรับส่วยกันเพลินเลยครับ
ขอร้องว่าอย่าถามหาหลักฐาน เพราะหลักฐานมันบอกว่า ใครพูดไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต
ที่ภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวกลายเป็นเมืองมาเฟีย ใช่ว่าจู่ๆ ต่างชาติจะมายึดหัวหาดเอาดื้อๆ แต่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐขี้ฉ้อ อยากรวยทางลัด รับผลประโยชน์จากมาเฟีย มันก็เลยเจือสม สนับสนุนความชั่วต่อกัน
ให้ชั่วยิ่งๆ ขึ้นไป!
วันนี้ปัญหาของภูเก็ตมันเยอะจริงๆ ครับ
เอาแค่เรื่องกายภาพของเมือง ก็เครียดได้ทั้งวันแล้ว
ไม่ว่าจะเรื่องรถติด ค่าเดินทาง สาหัสจริงๆ
คนไทยบางคนขายชาติ เป็นนอมินีให้ธุรกิจสีเทา กว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ แย่งอาชีพท้องถิ่น และปล่อยเช่าที่พักรายวันอย่างผิดกฎหมาย ฯลฯ
ภูเก็ตที่อยู่ได้ในวันนี้เพราะยังเหลือแต้มบุญอยู่เยอะ ธรรมชาติที่สวยสดงดงามยังสามารถเรียกนักท่องเที่ยวต่างชาติมาใช้เงิน สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
มีเที่ยวบินเข้าออกภูเก็ตวันหนึ่งๆ ร่วม ๔๐๐ เที่ยวบิน
น้อยที่ไหนล่ะครับ
ฉะนั้นหากไม่แก้ไขอะไรเลย วันหนึ่งภูเก็ตจะตาย.