โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงงานชาย 1 ใน 3 หายจากตลาดงาน เศรษฐกิจยุคใหม่เปลี่ยนเกมการทำงาน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หากมองเผินๆ หลายคนอาจคิดว่าตลาดแรงงานทั่วโลกโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง เพราะในประเทศเศรษฐกิจใหญ่ๆ พบว่า อัตราว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อเจาะลึกลงมามองตลาดแรงงานในสหรัฐ (หนึ่งในตลาดงานขนาดใหญ่ของแรงงานจากทั่วโลก) กลับพบสัญญาณที่น่ากังวลกว่า

เมื่อผู้ชายวัยทำงานจำนวนมากกำลังค่อยๆ "หายไป" จากตลาดแรงงาน ไม่ใช่แค่ตกงาน แต่พวกเขาไม่ได้ทำงาน และไม่ได้มองหางานอีกต่อไป

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics: BLS) เปิดเผยว่า ณ เดือนเมษายน 2026 มีผู้ชายอายุ 20 ปีขึ้นไปเพียง 66% เท่านั้นที่มีงานทำหรือหางานอยู่ในระบบแรงงาน ลดลงจาก 73% เมื่อปี 2006 ถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี และหมายความว่า ปัจจุบันผู้ชายอเมริกันเกือบ 1 ใน 3 ไม่ได้อยู่ในตลาดแรงงานแล้ว

ตัวเลขดังกล่าวกำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่ไม่ได้กระทบเฉพาะคนตกงาน แต่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของตลาดแรงงานทั้งระบบ

ผู้ชายในตลาดแรงงานลดลง ไม่ได้ทำงาน และไม่ได้หางานทำ

ข้อมูลของ BLS แสดงให้เห็นว่า สัดส่วนแรงงานชายที่อยู่ในตลาดแรงงานลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงวิกฤติการเงินปี 2008 โดยภายในเวลาประมาณหนึ่งปี อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานลดลงถึง 7 จุด

แม้เศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวตลอดช่วงทศวรรษ 2010 แต่พอมาในช่วงการระบาดของโควิด-19 ปี 2020 ก็พบว่าตัวเลขแรงงานชายลดลงอีกครั้ง โดยสัดส่วนของผู้ชายที่มีงานทำหรือกำลังหางานลดลงเหลือเพียง 59%

หลังจากนั้น ตลาดแรงงานเริ่มฟื้นตัวในช่วง 2 ปีแรก แต่การฟื้นตัวกลับไม่ยั่งยืน เพราะตัวเลขค่อยๆ ลดลงอีกครั้ง และลากยาวมาจนถึงปี 2026 โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่ผ่านมา อัตราการมีส่วนร่วมของแรงงานชายในตลาดแรงงานยังลดลงอีก 1 จุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สิ่งสำคัญคือ ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึง แรงงานชาย 1 ใน 3 กำลัง "ตกงาน" แต่หมายถึง "คนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในกำลังแรงงาน" (Labor Force) แล้ว กล่าวคือ พวกเขาไม่ได้ทำงาน และไม่ได้กำลังมองหางานด้วย ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างแรงงานได้ชัดเจนกว่าอัตราการว่างงานเพียงอย่างเดียว

แรงงานชายหลายคน "จำเป็น" ต้องออกจากระบบแรงงาน

เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าวมีหลายปัจจัยประกอบกัน ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ The Washington Post รายงานว่า อุตสาหกรรมที่เคยเป็นฐานการจ้างงานของผู้ชาย เช่น สายงานภาคการผลิต การขนส่ง การก่อสร้าง และงานใช้แรงงานจำนวนมาก ต่างลดการจ้างงานลงในช่วงปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ชายที่เกษียณอายุและผู้ชายที่ยังศึกษาอยู่ก็เพิ่มขึ้น ทำให้สัดส่วนแรงงานชายที่อยู่ในตลาดแรงงานลดลงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กลุ่มแรงงานชายที่มีจำนวนมากที่สุด กลับเป็นกลุ่มที่ออกจากตลาดแรงงาน เพราะปัญหาสุขภาพและความพิการ

หนึ่งในนั้นคือ แอนดี บรีดเลิฟ (Andy Breedlove) อดีตผู้จัดการปั๊มน้ำมันวัย 51 ปี จากรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งต้องลาออกจากงานตั้งแต่ปี 2018 เพราะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก ทำให้เขาไม่สามารถยืนทำงานเป็นเวลานานได้

ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่กับแม่ที่สูงวัยและทำหน้าที่ดูแลแม่เป็นหลัก รายได้ต่อเดือนของเขามาจากเงินช่วยเหลือของรัฐบาลเพียงประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ เขาบอกว่า "ถ้าผมไม่ได้อยู่กับแม่ ชีวิตคงลำบากมาก ผมอยากทำงานมากกว่า เพราะถ้าได้ทำงาน ผมก็จะมีรายได้มากกว่านี้"

ขณะที่คนรุ่นใหม่อย่าง คอร์เดล ลอลล์ (Cordell Loll) ชายวัย 25 ปี ก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน เขาไม่เคยมีงานทำเลย เนื่องจากปัญหาโรคกระเพาะเรื้อรังและปัญหาสุขภาพจิต ทำให้เขาไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ปัจจุบันเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ดูแลสุขภาพของตัวเอง เล่นวิดีโอเกมอยู่ที่บ้าน และดำรงชีวิตจากเงินช่วยเหลือผู้พิการของรัฐบาล

เขายอมรับว่า "แม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน บางครั้งก็เป็นเรื่องยากสำหรับผม แค่คิดว่าจะต้องออกไปทำงาน ก็รู้สึกว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลย"

ตลาดแรงงานยุคใหม่เริ่มเอื้อต่อผู้หญิงมากขึ้น

แม้ผู้หญิงจะเคยมีสัดส่วนการทำงานต่ำกว่าผู้ชายมาโดยตลอด แต่แนวโน้มในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มเปลี่ยนไป โดยในช่วงวิกฤติปี 2008 สัดส่วนผู้หญิงในตลาดแรงงานลดลงเพียง 2 จุด ขณะที่ผู้ชายลดลงถึง 5 จุด และหลังเศรษฐกิจฟื้นตัวจากโควิด ตัวเลขของผู้หญิงก็ทรงตัวอยู่เหนือระดับ 56% มาตั้งแต่ปี 2022

สาเหตุสำคัญคือ งานที่เติบโตในเศรษฐกิจปัจจุบันกลับเป็นอุตสาหกรรมที่ผู้หญิงมีสัดส่วนการทำงานสูง ไม่ว่าจะเป็นสายงานด้านสาธารณสุข การดูแลสุขภาพ และการศึกษา

The Washington Post รายงานว่า จากตำแหน่งงานใหม่ 369,000 ตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา มีถึง 96% ที่ตกเป็นของผู้หญิง ขณะที่มีเพียง 4% เท่านั้นที่เป็นของผู้ชาย

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่กำลังเป็นการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างการจ้างงาน ซึ่งงานในภาคบริการและการดูแลผู้คนกำลังเติบโต ขณะที่งานด้านการผลิตและงานใช้แรงงาน ซึ่งเคยเป็นแหล่งจ้างงานหลักของผู้ชาย กลับค่อยๆ หดตัวลง

ไม่ใช่วิกฤติคนตกงาน แต่คือโครงสร้างแรงงานเปลี่ยน

แม้สัดส่วนผู้ชายที่อยู่ในตลาดแรงงานจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปี แต่อัตราการว่างงานของผู้ชายในสหรัฐฯ ยังคงอยู่เพียงประมาณ 3-4% ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2021 นั่นหมายความว่า ปัญหาที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญอาจไม่ใช่การว่างงานในวงกว้าง

แต่เป็นการที่ผู้ชายจำนวนมากค่อยๆ หลุดออกจากตลาดแรงงาน ไม่ว่าจะเพราะสุขภาพ ความพิการ การเกษียณ หรือเพราะทักษะที่มีไม่สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่

เมื่อโลกการทำงานเปลี่ยนไป สายงานที่เติบโตอาจไม่ใช่งานประเภทเดิมอีกต่อไป และนั่นกำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของทั้งแรงงาน นายจ้าง และผู้กำหนดนโยบาย ว่า จะทำอย่างไรให้คนที่หลุดออกจากระบบแรงงานสามารถกลับเข้ามามีโอกาสสร้างรายได้ และใช้ศักยภาพของตนเองได้อีกครั้ง แทนที่จะปล่อยให้คนกลุ่มนี้ หลุดจากระบบตลาดงานต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคต

อ้างอิง: NewYorkPost, Washingtonpost

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...