โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทีทีบีย้ำแนวคิด'สินเชื่อคนผ่อนดี' เผยยอดอนุมัติ4.1พันล.ขยายต่อจำนำทะเบียนรถ

Manager Online

อัพเดต 29 มิถุนายน 2569 เวลา 23.10 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ทีทีบีเดินหน้าสินเชื่อบุคคล 'ทีทีบี แคชทูโก' ภายใต้โครงการสินเชื่อคนผ่อนดี เผยมียอดอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,100 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 650 ล้านบาท พร้อมขยายไปสู่สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ขณะที่ NCB เผยช่วงคะแนนเฉลี่ยของคนไทย BB-CC จากยอดคะแนนสูงสุดที่ 753-900 หรือ AA

นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (ทีทีบี)เปิดเผยว่า จากแนวคิดที่ทีทีบีเชื่อว่าผู้ที่มีวินัยและพฤติกรรมทางการเงินที่ดีควรได้รับการตอบแทนหรือรางวัล จึงนำแนวคิด Risk-based Pricing หรือการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงและคะแนนเครดิตมาใช้ผ่านสินเชื่อบุคคล 'ทีทีบี แคชทูโก' ภายใต้โครงการสินเชื่อคนผ่อนดีนั้น ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,100 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 650 ล้านบาท และช่วยให้ลูกค้ากว่า 80% สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงกว่าการคิดดอกเบี้ยแบบเดิมเฉลี่ย 5% ต่อปี หรือทุกวงเงินกู้สินเชื่อ 100,000 บาท สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 20,000 บาท และมีแผนงานที่จะขยายโครงการดังกล่าวไปสู่สินเชื่ออื่นๆ อาทิ สินเชื่อจำนำทะเบียน

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ttb analytics พบว่า เครดิตที่ดีสามารถสร้างแต้มต่อทางการเงินได้อย่างชัดเจน โดยสินเชื่อบุคคลในระบบมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 17-25% ต่อปี ขณะที่หนี้นอกระบบมีต้นทุนทางการเงินสูงได้ถึง 120% ต่อปี หรือสูงกว่าถึงเกือบ 6 เท่า นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติเครดิตที่ดียังมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยวงเงินขนาดใหญ่กว่า อาทิ สินเชื่อรถยนต์เฉลี่ย 600,000 บาท และสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 1,620,000 บาท ขณะที่หนี้นอกระบบมีวงเงินเฉลี่ยเพียงประมาณ 20,000 บาทต่อราย ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและการอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้สมัคร ผลการพิจารณาสินเชื่อ ความสามารถในการชำระหนี้ และหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

"หลายคนให้ความสำคัญกับตัวเลขมงคลในชีวิต แต่ในโลกการเงิน "เลขมงคลทางการเงิน" คือ คะแนนเครดิต ที่อยู่ระหว่าง 753-900 คะแนน (ระดับ AA) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองผ่านวินัยทางการเงิน "คนไทยจำนวนมากรู้เงินเดือน รู้ยอดเงินออม และรู้มูลค่าพอร์ตลงทุนของตัวเอง แต่กลับไม่รู้คะแนนเครดิตของตัวเอง ทั้งที่ตัวเลขนี้ส่งผลต่อโอกาสทางการเงินมากกว่าที่หลายคนคิด"

นางสาวลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB)กล่าวว่า คะแนนเครดิต (Credit Score) เป็นคะแนนที่คำนวณจากพฤติกรรมทางการเงินในอดีต ทั้งประวัติการชำระหนี้ การใช้วงเงิน ความต่อเนื่องของประวัติเครดิต ความหลากหลายของสินเชื่อ และการขอสินเชื่อใหม่ โดยยิ่งมีคะแนนสูง ยิ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมทางการเงินที่ดีและมีแนวโน้มที่จะชำระหนี้ตรงเวลาสูง โดยคะแนนสูงสุด ที่ 753-900 หรือ AA และต่ำสุด 300-615 หรือ HH ซึ่งเครดิตโดยเฉลี่ยของคนไทยจะอยู่ประมาณ BB-CC

"การมีประวัติเครดิตที่ดีไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ แต่ยังช่วยให้ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสมมากขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินนอกฐานข้อมูลเครดิต แม้จะตอบโจทย์ในระยะสั้น แต่ไม่สามารถนำประวัติการชำระหนี้มาสร้างเครดิตหรือสร้างโอกาสทางการเงินในอนาคตได้"

อนึ่ง จากตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-60 ปี จำนวน 39.18 ล้านคน ในจำนวนนี้ พบว่า มีข้อมูลเครดิตอยู่ในระบบจำนวน 23.5 ล้านคน (คิดเป็น 60%) กล่าวคือ มีประชากรไทยในช่วงอายุดังกล่าวอีกกว่า 40% ที่ไม่มีข้อมูลเครดิต ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงระดับหนี้ของคนไทย แต่คือการที่คนจำนวนมากยังไม่มีตัวตนทางการเงินในระบบข้อมูลเครดิต ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงิน และอาจเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบเมื่อมีความจำเป็น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...