ทีทีบีย้ำแนวคิด'สินเชื่อคนผ่อนดี' เผยยอดอนุมัติ4.1พันล.ขยายต่อจำนำทะเบียนรถ
ทีทีบีเดินหน้าสินเชื่อบุคคล 'ทีทีบี แคชทูโก' ภายใต้โครงการสินเชื่อคนผ่อนดี เผยมียอดอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,100 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 650 ล้านบาท พร้อมขยายไปสู่สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ขณะที่ NCB เผยช่วงคะแนนเฉลี่ยของคนไทย BB-CC จากยอดคะแนนสูงสุดที่ 753-900 หรือ AA
นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (ทีทีบี)เปิดเผยว่า จากแนวคิดที่ทีทีบีเชื่อว่าผู้ที่มีวินัยและพฤติกรรมทางการเงินที่ดีควรได้รับการตอบแทนหรือรางวัล จึงนำแนวคิด Risk-based Pricing หรือการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงและคะแนนเครดิตมาใช้ผ่านสินเชื่อบุคคล 'ทีทีบี แคชทูโก' ภายใต้โครงการสินเชื่อคนผ่อนดีนั้น ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,100 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 650 ล้านบาท และช่วยให้ลูกค้ากว่า 80% สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงกว่าการคิดดอกเบี้ยแบบเดิมเฉลี่ย 5% ต่อปี หรือทุกวงเงินกู้สินเชื่อ 100,000 บาท สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 20,000 บาท และมีแผนงานที่จะขยายโครงการดังกล่าวไปสู่สินเชื่ออื่นๆ อาทิ สินเชื่อจำนำทะเบียน
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ttb analytics พบว่า เครดิตที่ดีสามารถสร้างแต้มต่อทางการเงินได้อย่างชัดเจน โดยสินเชื่อบุคคลในระบบมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 17-25% ต่อปี ขณะที่หนี้นอกระบบมีต้นทุนทางการเงินสูงได้ถึง 120% ต่อปี หรือสูงกว่าถึงเกือบ 6 เท่า นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติเครดิตที่ดียังมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยวงเงินขนาดใหญ่กว่า อาทิ สินเชื่อรถยนต์เฉลี่ย 600,000 บาท และสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 1,620,000 บาท ขณะที่หนี้นอกระบบมีวงเงินเฉลี่ยเพียงประมาณ 20,000 บาทต่อราย ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและการอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้สมัคร ผลการพิจารณาสินเชื่อ ความสามารถในการชำระหนี้ และหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
"หลายคนให้ความสำคัญกับตัวเลขมงคลในชีวิต แต่ในโลกการเงิน "เลขมงคลทางการเงิน" คือ คะแนนเครดิต ที่อยู่ระหว่าง 753-900 คะแนน (ระดับ AA) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองผ่านวินัยทางการเงิน "คนไทยจำนวนมากรู้เงินเดือน รู้ยอดเงินออม และรู้มูลค่าพอร์ตลงทุนของตัวเอง แต่กลับไม่รู้คะแนนเครดิตของตัวเอง ทั้งที่ตัวเลขนี้ส่งผลต่อโอกาสทางการเงินมากกว่าที่หลายคนคิด"
นางสาวลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB)กล่าวว่า คะแนนเครดิต (Credit Score) เป็นคะแนนที่คำนวณจากพฤติกรรมทางการเงินในอดีต ทั้งประวัติการชำระหนี้ การใช้วงเงิน ความต่อเนื่องของประวัติเครดิต ความหลากหลายของสินเชื่อ และการขอสินเชื่อใหม่ โดยยิ่งมีคะแนนสูง ยิ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมทางการเงินที่ดีและมีแนวโน้มที่จะชำระหนี้ตรงเวลาสูง โดยคะแนนสูงสุด ที่ 753-900 หรือ AA และต่ำสุด 300-615 หรือ HH ซึ่งเครดิตโดยเฉลี่ยของคนไทยจะอยู่ประมาณ BB-CC
"การมีประวัติเครดิตที่ดีไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ แต่ยังช่วยให้ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสมมากขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินนอกฐานข้อมูลเครดิต แม้จะตอบโจทย์ในระยะสั้น แต่ไม่สามารถนำประวัติการชำระหนี้มาสร้างเครดิตหรือสร้างโอกาสทางการเงินในอนาคตได้"
อนึ่ง จากตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-60 ปี จำนวน 39.18 ล้านคน ในจำนวนนี้ พบว่า มีข้อมูลเครดิตอยู่ในระบบจำนวน 23.5 ล้านคน (คิดเป็น 60%) กล่าวคือ มีประชากรไทยในช่วงอายุดังกล่าวอีกกว่า 40% ที่ไม่มีข้อมูลเครดิต ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงระดับหนี้ของคนไทย แต่คือการที่คนจำนวนมากยังไม่มีตัวตนทางการเงินในระบบข้อมูลเครดิต ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงิน และอาจเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบเมื่อมีความจำเป็น
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO