โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TTB สินเชื่อส่วนบุคคลโตเด่น ยอดปล่อยกู้ 4.1 พันล้านบาท

ทันหุ้น

อัพเดต 29 มิ.ย. เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. เวลา 01.00 น.

#TTB #ทันหุ้น – TTB เผยสินเชื่อโดยรวมเติบโตไม่มาก ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลเติบโตโดดเด่น สะท้อนภาพตึงตัวภาคครัวเรือน ค่าครองชีพสูงขึ้น และปัญหาหนี้สิน ชี้เวอร์ชวลแบงก์เพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้บริการ เน้นระดมเงินฝากดอกเบี้ยสูงจูงใจ โชว์ยอดปล่อยสินเชื่อแล้วกว่า 4.1 พันล้านบาท

นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า สินเชื่อในระบบโดยรวมไม่ได้เติบโตสูงมากนัก แต่ส่วนที่เติบโตโดดเด่นคือ สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะความตึงตัวของภาคครัวเรือนและปัญหาหนี้สินเดิมที่ถูกซ้ำเติมด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจรายใหญ่และรายกลางค่อนข้างใหญ่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่ในกลุ่ม SME รายเล็กมากๆ พบว่ามีการหดตัวของสินเชื่อติดต่อกันหลายไตรมาส

ในส่วนการเปิดตัวของ Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขา ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้บริการ โดยคาดว่าการแข่งขันในช่วงแรกจะเน้นไปที่การระดมเงินฝาก ผ่านการใช้อัตราดอกเบี้ยที่ดึงดูดใจ แต่โจทย์สำคัญคือการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มเข้าไม่ถึงตลาดการเงิน (Underserved) ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มการแข่งขันและช่วยเหลือคนกลุ่มนี้

*เปิดโครงการสินเชื่อคนดี

ทั้งนี้ทีทีบีเชื่อว่าผู้ที่มีวินัยและพฤติกรรมทางการเงินที่ดีควรได้รับการตอบแทนหรือรางวัล จึงนำแนวคิด Risk-based Pricing หรือการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงและคะแนนเครดิตมาใช้ผ่านสินเชื่อส่วนบุคคล “สินเชื่อคนผ่อนดี ทีทีบี แคชทูโก” รับดอกเบี้ย 13.99% ต่อปี จากปกติ 25% ต่อปี โดยได้ร่วมมือกับ NCB ในการใช้ฐานข้อมูลคะแนนเครดิต โดยภายใต้โครงการสินเชื่อคนผ่อนดี ปัจจุบันมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,100 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีการลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ชั้นดีอาจทำให้รายได้ดอกเบี้ยลดลงบ้าง แต่ในขณะเดียวกัน ต้นทุนความเสี่ยงและการตั้งสำรองจะลดลงตามไปด้วย เนื่องจากมีการบริหารจัดการลูกหนี้ที่ดีขึ้น ถือเป็นการส่งผ่านรายได้คืนสู่ลูกค้าที่มีประวัติและพฤติกรรมดี

*คนไทยอันดับเครดิตดี

ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ NCB เปิดเผยว่า หนี้ครัวเรือนของไทยที่ประกาศโดยธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสภาพัฒน์นั้น มีข้อมูลที่มาจากฐานข้อมูลของ NCB อยู่ประมาณ 86% ครอบคลุมประชากรวัยทำงานอายุ 20-60 ปี จำนวน 39.18 ล้านคน โดยในจำนวนมีข้อมูลเครดิตอยู่ในระบบจำนวน 23.5 ล้านคน คิดเป็น 60% ขณะที่อีก 40% ไม่มีข้อมูลเครดิต ซึ่งคะแนนเครดิตเฉลี่ยของคนไทยในปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ BB (ช่วงคะแนน 725 – 752) ตามด้วย CC (ช่วงคะแนน 699 – 724) ซึ่งถือว่าคนไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีเครดิตดี

ขณะเดียวกันมูลค่าหนี้ครัวเรือนไทย ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ประมาณ 13.6 ล้านล้านบาท ซึ่งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP มีทิศทางลดลง แต่เป็นผลมาจากการที่ GDP ยังคงเติบโต ถึงแม้จะเติบโตเล็กน้อยแต่ยอดหนี้ยังคงที่ ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ข้อมูลการค้างชำระเกิน 90 วันในไตรมาสที่ 1/2569 ลดลงจากปลายปีที่แล้วมาอยู่ที่ประมาณ 9.3%

แม้ตัวเลขจะลดลงแต่ตัวเลขการปรับโครงสร้างหนี้ในระบบเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 10% ซึ่งต้องเฝ้าระวังว่าหนี้ที่ปรับโครงสร้างแล้วจะไหลกลับไปเป็น NPL อีกหรือไม่ โดยหนี้เสียในภาคธุรกิจ SME อยู่ในระดับประมาณ 12-13% ซึ่งกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง มีคุณภาพหนี้ด้อยกว่ากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่อย่างเห็นได้ชัด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...