"เอกนิติ" แถลงงบฯ ปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ใช้งบคุ้มค่า โปร่งใส เน้น 6 ยุทธศาสตร์ สร้างการเติบโตยั่งยืน
รองนายกฯ เอกนิติ แถลงงบฯ ปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ใช้งบคุ้มค่า โปร่งใส เน้น 6 ยุทธศาสตร์ สร้างการเติบโตยั่งยืน
วันที่ 29 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 25 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระแรก (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
นายเอกนิติกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2570 ต่อสภาผู้แทนราษฎรแทน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีในการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศ ตามคำเชิญของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสหมายกำหนดไว้ล่วงหน้า
การตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นจำนวนไม่เกิน 3,788,000,000,000 บาท เป็นการตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลังเป็นจำนวน 71,038,040,300 บาท เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณได้มีกรอบวงเงินงบประมาณสำหรับ ใช้จ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งสร้างโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประชาชนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาล
รัฐบาลมุ่งเน้นการฟื้นฟูสภาพทางการคลังของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลทางการคลังในทุกมิติ ภายใต้กรอบวินัยการคลัง ความโปร่งใส และเป็นรูปธรรมในทุกมิติของการบริหารจัดการด้านการคลัง โดยมีแนวทางที่จะปรับลดขนาดการขาดดุลการคลังให้อยู่ในระดับไม่เกินร้อยละ 3.0 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศภายในปี 2572
ในการนี้ การจัดทำร่าง พ.ร.บ. นี้ จึงได้มุ่งเน้นการจัดสรรงบประมาณแบบแม่นยำ ตรงเป้าหมาย ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของประเทศ ยึดหลักการจัดทำงบประมาณที่ให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ความต้องการและการลดผลกระทบของประชาชน นอกจากนี้ รัฐบาลได้พิจารณาความครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งเงินงบประมาณ และเงินนอกงบประมาณ โดยให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณานำเงินนอกงบประมาณ เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ
โดยสาระสำคัญของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 3,788,000 ล้านบาท จำแนกเป็น รายจ่ายประจำ จำนวน 2,786,367.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 73.6 รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 71,038.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.9 รายจ่ายลงทุน จำนวน 789,171.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.8 และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 151,520 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.0 โดยรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ที่เป็นรายจ่ายลงทุน กรณีการกู้เพื่อการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 10,096.7 ล้านบาท
ทั้งนี้ สาระสำคัญของงบประมาณรายจ่าย ขอจำแนกการนำเสนอตามกลุ่มงบประมาณ และยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ดังนี้
1. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำแนกตามกลุ่มงบประมาณ ประกอบด้วย
1.1 งบประมาณรายจ่ายงบกลาง จำนวน 693,880.0 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 18.3 ของวงเงินงบประมาณ
1.2 งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 1,342,836.3 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35.4 ของวงเงินงบประมาณ
1.3 งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 70,247.0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.9 ของวงเงินงบประมาณ จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 2. บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3. รัฐบาลดิจิทัล
1.4 งบประมาณรายจ่ายบุคลากร จำนวน 852,671.2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.5 ของวงเงินงบประมาณ
1.5 งบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียน จำนวน 294,857.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.8 ของวงเงินงบประมาณ
1.6 งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ จำนวน 462,470.3 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.2 ของวงเงินงบประมาณ
1.7 งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 71,038.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.9 ของวงเงินงบประมาณ
2. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำแนกตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ กำหนดไว้จำนวน 6 ยุทธศาสตร์ 1 รายการ มีรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญ สรุปได้ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 : ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 407,165.1 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 10.7 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนในชาติอย่างมีความสุขและสันติ เสริมสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่งเสริมการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 348,427.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.2 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในทุกมิติ
ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 611,194.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16.1 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาตลอดช่วงชีวิต
ยุทธศาสตร์ที่ 4 : ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 960,916.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.4 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ โดยสนับสนุนความคุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนทุกกลุ่ม
ยุทธศาสตร์ที่ 5 : ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 137,507.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.6 ของวงเงินงบประมาณ มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลและความยั่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติ
ยุทธศาสตร์ที่ 6 : ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 676,320.2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.9 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อยกระดับการบริการภาครัฐให้มีขีดสมรรถนะสูงเปลี่ยนผ่านไปสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างสะดวกรวดเร็ว
รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ จำนวน 646,468.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.1 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง ภารกิจที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐ และเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งเพื่อแก้ปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากวิกฤตด้านพลังงาน การบริหารจัดการหนี้และการชำระหนี้ภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ และเพื่อชดใช้เงินคงคลังที่ได้จ่ายไปแล้ว ตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งสร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำอย่างทั่วถึง ภายใต้แรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ภายในประเทศ รัฐบาลจึงดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท เพื่อรักษาเสถียรภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะบริหารงบประมาณรายจ่ายนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายและกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด จะใช้จ่ายภาษีของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชน สร้างการเติบโตให้ประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป