โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 22 มิ.ย. เวลา 22.30 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. เวลา 22.30 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2569

>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถพ่วง มีผู้เสียชีวิตหญิง วัย 27 ปีติดค้างในซากรถ จ.นครราชสีมา

07.02 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัย ฮุก 31 จุดเฉลิมพระเกียรติ ตรวจสอบ อุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถพ่วง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย กลางถนนเส้นทาง ท่าช้าง - หนองหัวแรต ในพื้นที่ บ้านโคกวังวน ต.หนองยาง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล มาสด้า 2 สีเทา ป้ายทะเบียน นครราชสีมา ลักษณะชนกับ รถพ่วง ฮีโน่ สีม่วง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาย และหญิง อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 27 ปี ภูมิลำเนาชาว อ.เมือง จ.มหาสารคาม ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ

>> รถเก๋งพุ่งชนร้านสะดวกซื้อ ย่านสัตหีบ ชลบุรี บาดเจ็บ 3 ราย

09.20 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งเข้าชนร้านสะดวกซื้อ ภายในซอยเขาคันธมาทน์ ม.9 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมรถพยาบาลออกตรวจสอบ ร่วมกับรถกู้ชีพเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์

ที่เกิดเหตุพบ รถยนต์เก๋งส่วนบุคคล อีวี สีฟ้า พุ่งชนเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ สาขา เขาคันธมาทน์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย รถพยาบาลสว่างโรจนฯ รถพยาบาลเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ นำส่งรักษายังห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสัตหีบ เป็นพนักงานขายกาแฟ ชาย-หญิง 2 ราย และลูกค้ายืนซื้อกาแฟหญิง 1 ราย

ส่วนคนขับ เป็นชายไทย วัย 82 ปี คนขับรถคันดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาจากวัดเพื่อแวะซื้อสินค้าภายในร้าน แต่ระหว่างกำลังนำรถเข้าจอดเกิดพลาดไปเหยียบคันเร่งแทนเบรก ส่งผลให้รถพุ่งเข้าไปภายในร้านอย่างกะทันหัน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

>> ชายนิรนาม ดับปริศนาภายในถ้ำ คาดเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จังหวัดกระบี่

10.30 น. สารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ได้รับแจ้งเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตภายในถ้ำแห่งหนึ่ง บริเวณพื้นที่ บ้านน้ำจาน หมู่ 3 ตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลอ่าวลึกและเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชาจุดวิลล่าอ่าวลึก เข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเพิงถ้ำ ลึกเข้าไปจากเส้นทางปกติประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เพศชาย สภาพนอนคว่ำ คาดจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่งกลิ่นเน่าเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จากการตรวจสอบเบื้องต้นผู้เสียชีวิตไม่สวมใส่เสื้อผ้า ไม่พบเอกสารระบุตัวตน น่าจะเป็นบุคคลไร้บ้านจากพื้นที่อื่นเข้ามาอาศัยหลับนอนตามเพิงถ้ำ

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่เบื้องต้น ทราบว่าก่อนหน้านี้มีคนในนะแวกใกล้เคียงพบเห็นผู้ตายเดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณดังกล่าว กระทั่งมีผู้เดินผ่านและได้กลิ่นเหม็นผิดปกติ จึงเดินเข้าไปสำรวจและพบศพดังกล่าว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมทั้งเร่งประสานข้อมูลบุคคลสูญหายเพื่อหาอัตลักษณ์และติดตามญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

>> นายกฯ ร่วมกับ สตช. แถลงผลงานปราบสแกมเมอร์–นอมินีข้ามชาติ ผนึกกำลังนานาชาติกวาดล้างอาชญากรรมข้ามพรมแดน

11.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการดำเนินงานปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการตัดวงจรเครือข่ายนอมินีข้ามชาติ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

ผลการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค. 68 - มิ.ย. 69) ได้แก่ ช่วยเหลือผู้เสียหาย 862 ราย และยับยั้งความเสียหายได้กว่า 82 ล้านบาท, ปิดบัญชีม้ากว่า 351,000 บัญชี และอายัดเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้กว่า 3,600 ล้านบาท และ จับกุมผู้ต้องหากว่า 29,000 ราย และออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการระดับหัวหน้าเครือข่ายกว่า 70 ราย

นายกฯ ระบุว่า รัฐบาลประกาศให้การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ และวงจรเครือข่ายนอมินีเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมเดินหน้าผลักดันความร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศและเครือข่ายพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตามผู้กระทำผิด และขยายผลเครือข่าย

ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ยอมรับการกระทำผิดและการทุจริตทุกรูปแบบ และจะเดินหน้าดำเนินการตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความสงบสุขแก่ประชาชนและประเทศชาติ

>> ศาลสั่งจำคุก 2 ปี “ปู มัณฑนา” ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ "ลูกหมี รัศมี"

11.59 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำพิพากษา คดีระหว่าง โจทย์“ลูกหมี รัศมี” ยื่นฟ้อง กับจำเลย “ปู มัณฑนา” ในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ กรณีมีการไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ดำเนินคดีกล่าวหาว่า ลูกหมี เป็นทนายทุนปล่อยกู้ และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และหมิ่นประมาท โดยศาลพิพากษาจำคุก นางมัณฑนา หรือ "ปู มัณฑนา" เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ด้าน ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง ซึ่งไปร่วมฟังคำพิพากษากับ"ลูกหมี รัศมี" ด้วย เปิดเผยว่า คดีนี้มีหลักฐานเป็นแชทสนทนาไลน์ มีการพูดคุยกันระหว่าง ปู มัณฑนา และลูกหมี เกี่ยวกับลูกค้า กำไร และการส่งของ จึงเป็นการร่วมลงทุน ไม่ใช่การกู้ยืมเงิน หากเป็นการกู้ยืมเงิน ต้องคุยกันเรื่องดอกเบี้ย และเวลาที่ต้องคืนเงิน ดังนั้น จำเลยรู้อยู่แล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่ไปแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่น มีความผิด ม.173 และ ม.174 และมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ศาลจึงพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา และให้นับโทษต่อจากคดีฉ้อโกง

ก่อนหน้านี้ ปู มัณฑนา เคยมีคดีความกับ น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือ "ลูกหมี" หลายคดี โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาในคดีหมิ่นประมาท ให้จำคุก 2 ปี ปรับ 60,000 บาท แต่ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ขณะที่ในเดือนเมษายน 2569 ศาลแขวงพระนครใต้มีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับการลงทุน ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

>> รัฐบาลเดินหน้าปราบ “พนันออนไลน์ช่วงบอลโลก 2026” เผย 18 วัน ปิดกั้นแล้วกว่า 13,000 รายการ

12.10 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการยกระดับการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจจับและวิเคราะห์เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำให้ทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการพนันออนไลน์ จากผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดกระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย ตามคำสั่งศาล และประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ตั้งแต่วันที่ 1 – 18 มิถุนายน 2569 (ระยะเวลา 18 วัน) เป็นจำนวน 13,888 รายการ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ช่วงเทศกาลบอลโลก 2026 รัฐบาลเชิญชวนแฟนกีฬาฟุตบอล และผู้ประกอบการ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบรรยากาศการเชียร์ฟุตบอลโลก 2026 อย่างสร้างสรรค์ และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อร่วมส่งเสริมการเคารพสิทธิในทางทรัพย์สินทางปัญญา และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมกีฬา สื่อ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการพนันผิดกฎหมายทุกชนิด

>> เหตุชายมีอาการทางจิตเวชถูกแทง ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว มือแทงเป็นตำรวจ สังกัด “CIB” จริง

12.44 น. ผูัสื่อข่าวรายงาน จากกรณีชายอายุ 33 ปี ถูกอาวุธมีดแทงบริเวณหน้าท้อง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 17 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ค่ำวานนี้ (21 มิถุนายน 2569) โดยผู้ก่อเหตุสวมเสื้อตำรวจ “CIB”

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก. สภ.สีคิ้ว เผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ ยศสิบตำรวจตรี สังกัดหน่วย CIB จริง โดยวันเกิดเหตุ นั่งอยู่บริเวณหน้าร้านค้าดังกล่าว ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะเดินเข้ามาหาเรื่อง และมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า ผู้บาดเจ็บมีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช และในวันเดียวกันก่อนเกิดเหตุ ยังมีผู้เสียหายรายอื่นเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกผู้บาดเจ็บหาเรื่อง และทำร้ายร่างกายด้วย นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบข้อมูลว่า ผู้บาดเจ็บมีอาวุธมีดติดตัวอยู่ ก่อนจะเกิดการชกต่อยและยื้อแย่งกัน จนนำไปสู่เหตุแทงกันได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ก่อเหตุคือตำรวจ ให้การเบื้องต้นอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว ขณะที่พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานแวดล้อม และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อพิจารณาว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดในลักษณะใด ในส่วนผู้บาดเจ็บ ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.สีคิ้ว อยู่ระหว่างรอผลการรักษา และผลสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน และขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

>> จ.บึงกาฬ บูรณาการหน่วยงานสกัดยาเสพติดริมโขง ยึดยาไอซ์ 12 กระสอบ 300 กิโลกรัม

14.00 น. ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 (ตชด. 244) ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ พันตำรวจเอกดำรงค์ศักดิ์ แก้วสมนึก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) รวมประมาณ 300 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน

ทั้งนี้ การตรวจยึดของกลางดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว ร้อย ตชด.244 (กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244) ร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้รับแจ้งและเข้าทำการลาดตระเวนซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณแนวริมแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ก่อนพบกระสอบต้องสงสัยสีเหลืองจำนวน 12 กระสอบ วางอยู่บริเวณริมตลิ่ง จึงเข้าทำการตรวจสอบ

ต่อมาเมื่อเข้าตรวจสอบโดยละเอียด พบว่าภายในกระสอบดังกล่าวบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่โดยรอบ เพื่อสังเกตการณ์และรอการแสดงตัวของผู้กระทำผิด

กระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ไม่ปรากฏผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของหรือเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมบันทึกภาพในที่เกิดเหตุ และนำส่งกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 เพื่อตรวจนับและตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบยืนยันเป็นยาไอซ์รวมประมาณ 300 กิโลกรัม บรรจุในกระสอบสีเหลืองจำนวน 12 กระสอบ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และเร่งสืบสวนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

>> จ.สุรินทร์ แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 6 แสนเม็ด

14.00 น. ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ นายวีระชัย ประเสริฐโส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ร่วมแถลงข่าว ผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 600,000 เม็ด

จากการตรวจค้นพบผู้ต้องหาชาย 2 คน เป็นชาวศรีสะเกษ อายุ 27 ปี และ อายุ 21 ปี พร้อมรถยนต์ที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติด ส่วนกระสอบถุงปุ๋ยทั้ง 3 กระสอบที่ผู้ต้องหานำไปวางทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรวมประมาณ 600,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สภ.เมืองสุรินทร์ อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม รวมถึงดำเนินการตามมาตรการสมคบและตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป

>> นายกฯ อนุทิน ปลุกพลัง Thainess ชู OTOP ไม่ใช่แค่สินค้าชุมชน แต่คือแบรนด์ประเทศไทย

15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2026 ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยแสดงความชื่นชมและยินดีที่ได้มาร่วมงาน OTOP ได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของฝีมือของคนไทยที่ไม่เคยหยุดพัฒนา ช่วยย้ำเตือนให้เห็นคุณค่าของรากเหง้าและอัตลักษณ์ของไทย

นายกฯ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือสมัยใหม่มาช่วยพัฒนาสินค้าและขยายช่องทางการตลาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อให้สินค้า OTOP ก้าวสู่การเป็นตัวแทนวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ของไทยในเวทีโลก และผลักดันให้คำว่า “Made in Thailand” เป็นเครื่องหมายแห่งคุณค่า คุณภาพ และความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง

งาน OTOP Midyear 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 28 มิถุนายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เปิดพื้นที่ให้คนไทยได้อุดหนุนสินค้าคุณภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่นกว่า 10,000 รายการ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ “สืบสาน สร้างสรรค์ และต่อยอดภูมิปัญญาไทย“

>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยเพชรเกษม 39/5

15.22 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเพชรเกษม 39/5 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ห้องเครื่องยนต์เสียหายเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ทำการถอดขั้วแบตเตอรี่และระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ขั้วแบตเตอรี่ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค

>> ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลงานปราบยาเสพติด 3 คดีสำคัญในรอบสัปดาห์ ยึดยาบ้าได้กว่า 5.2 ล้านเม็ด รวบผู้ต้องหา 1 ราย

15.27 น. พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน , นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนฝ่ายตำรวจ ฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ รวม 3 คดี ตามนโยบายและข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมทั้งยึดของกลางเป็นยาบ้าได้รวมทั้งสิ้น 5.2 ล้านเม็ด รถ 2 คัน และจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย
นอกจากนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ยังได้เปิดเผยสรุปผลการจับกุมคดียาเสพติดในห้วงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 21 มิถุนายน 2569 โดยพบว่า มีการจับกุมคดียาเสพติดไปแล้วถึง 22,267 คดี (เป็นคดีรายสำคัญ 268 คดี) สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากกว่า 388 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 7,702 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 86 กิโลกรัม เคตามีนกว่า 1,170 กิโลกรัม ฝิ่นกว่า 315 กิโลกรัม และยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมูลค่ารวมกว่า 880 ล้านบาท ซึ่งถือความสำเร็จครั้งใหญ่ตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติของรัฐบาล

>> รถเทรลเลอร์ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตกลางถนนร่มเกล้า

เวลา 15.32 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับ รถบรรทุกเทรลเลอร์ 18 ล้อ มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนร่มเกล้า ช่วงปากซอย ร่มเกล้า 21/1 เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ทะเบียนป้ายแดง ล้มคว่ำอยู่ หน้ารถเทรลเลอร์ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน กทม. ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ชาย 1 ราย ทางอาสาสมัครช่วยเหลือ และมอบให้รถกู้ชีพ รพ.นคราภิบาล ดำเนินการนำส่ง รพ.ใกล้เคียง และมีผู้เสียชีวิต ชาย 1 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า

>> ผบ.ตร. ยัน เดินหน้าสางปมผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต ปัดตอบจ่อออกหมายจับข้าราชการหรือไม่ บอกขอให้รอดูขยายผล

16.10 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ตว่า ได้มอบหมายให้ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ไป ทั้งนี้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้ร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้บังคับบัญชาหลายคน ได้รวบรวมข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างเข้มข้นและจริงจัง

ส่วนจะมีการออกหมายจับข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตบ้างหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าการขยายผลจะเป็นอย่างไร

>> กองกำลังนเรศวร เฝ้าระวังชายแดนแม่สอด หลังทหารเมียนมาเข้าปะทะกองกำลังกลุ่มต่อต้าน

18.40 น. พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 กองกำลังนเรศวร ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อย่างใกล้ชิด

พบว่าปัจจุบันสถานการณ์มีแนวโน้มการปะทะกันระหว่าง กองกำลังทหารเมียนมา กับกองกำลังทหารกลุ่มต่อต้านในพื้นที่บริเวณบ้านนินละป่าน และบ้านผาลู จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในช่วงวันที่ 21–23 มิถุนายน 2569 ซึ่งจากสถานการณ์การสู้รบในห้วงที่ผ่านมา มีโอกาสที่กระสุนจากการปะทะจะตกข้ามมายังฝั่งประเทศไทย ทางหน่วยเฉพาะกิจราชมนูจึงได้ประสานแจ้งเตือนไปยังโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน ให้มีการประกาศหยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 1 วัน ในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

ทั้งนี้ กองกำลังนเรศวร โดยหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ได้จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้อยู่ในระดับพร้อมปฏิบัติ เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมแจ้งเตือนประชาชน บ้านห้วยมหาวงศ์ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ให้เพิ่มความระมัดระวัง และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก กลางถนนหมายเลข 304 มีผู้เสียชีวิต 3 ราย จ.ปราจีนบุรี

19.25 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย อ.กบินทร์บุรี มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส กลางถนนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงทางกลับรถ กบินทร์เครน ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน ชลบุรี ล้มคว่ำ อยู่ท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน นครราชสีมา

ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต ชาย 1 ราย และ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย อาการสาหัสไม่รู้สึกตัว อาสาสมัครทำการปฐมพยาบาลจุดเกิดเหตุ และมอบให้รถกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรี และได้รับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย จำนวน 3 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม

21.50 น.กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 318 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

>> แผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ที่บ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

00.17 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ความลึก 4 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.บ้านโคก อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

>> รถนั่งส่วนบุคคลชนเข้าท้ายรถบัส ริมถนนรังสิต - นครนายก 2 หนุ่มดับในซากรถ จ.ปทุมธานี

02.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถบัส และมีผู้บาดเจ็บติดค้างภายในยานพาหนะ ริมถนนรังสิต - นครนายก ฝั่งขาเข้า ใกล้เคียงทางเข้าวัดสระบัว ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนเข้าท้ายรถบัส ยูดี ป้ายทะเบียน กทม. พบผู้บาดเจ็บ 2 รายมีอาการสาหัส หมดสติ และติดค้างภายในยานพาหนะ อาสาสมัครดำเนินการใช้เครื่องมืองัดรถ พบว่าคนขับ เป็นผู้ชาย ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ล่าสุด ส่วนผู้บาดเจ็บ ชาย 1 ราย นั่งเบาะข้าง สามารถดำเนินการนำร่างออกมา และพยายามช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...