โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จับตาชายแดนหนองจาน! เขมรขนเครื่องจักรหนักลุยขุดบังเกอร์-แนวคูป้องกันประชิดรั้วลวดหนามไทยไม่ถึง 20 เมตร

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวเวิร์คพอยท์

(22 มิ.ย. 69) จากการติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดพบความเคลื่อนไหวทางทหารที่น่าจับตา บริเวณบ้านหนองจาน โดยฝ่ายกัมพูชาไม่ได้เป็นเพียงการขุดหลุมหรือจัดทำที่กำบังชั่วคราวเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดแนวพื้นที่ชายแดน มีการนำเครื่องจักรกลหนัก ทั้งรถแบ็กโฮและรถตัก เข้าปรับพื้นที่ ขุดคูสนาม และสร้างแนวป้องกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนจากฝั่งไทย

แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า เดิมทีฝ่ายกัมพูชาจะเสริมความแข็งแรงของฐานที่มั่นและขุดบังเกอร์อยู่บริเวณด้านหลังแนวถนน K-5 ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในเขตแดนของกัมพูชา แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดพบว่า มีการขยับแนวการก่อสร้างเข้ามาใกล้พื้นที่ชายแดนไทยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยบางจุดอยู่ประชิดแนวรั้วลวดหนามของฝั่งไทยในระยะกระชั้นชิดไม่ถึง 20 เมตร

สำหรับพื้นที่ "บ้านหนองจาน" ถือเป็นหนึ่งในจุดอ่อนไหวตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เนื่องจากในอดีตเคยเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเข้ายึดครองและใช้เป็นที่พักอาศัยของประชาชนมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี ก่อนที่ฝ่ายไทยจะสามารถเข้าควบคุมและทวงคืนอธิปไตยกลับมาได้ภายหลังเหตุการณ์ปะทะในอดีต ทำให้พื้นที่แห่งนี้ยังคงมีความสำคัญในมิติด้านความมั่นคงขั้นสูงสุด

หลังจากที่ไทยยึดคืนพื้นที่ดังกล่าวได้ หน่วยงานความมั่นคงของไทยได้ดำเนินการจัดระเบียบชายแดนอย่างเข้มงวด มีการติดตั้งแนวรั้วลวดหนาม วางตู้คอนเทนเนอร์เป็นแนวกั้นตลอดแนวชายแดน พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการรุกล้ำ

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของฝ่ายกัมพูชาเกิดขึ้นภายหลังจากที่ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับพื้นที่ชายแดน พร้อมกล่าวอ้างถึงพื้นที่หนองจานและหนองหญ้าแก้ว จนทำให้การนำเครื่องจักรหนักเข้ามาขุดคูและก่อสร้างบังเกอร์ในครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากทั้งฝ่ายความมั่นคงและประชาชนในพื้นที่

ขณะที่ชาวบ้านไทยที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนหลายรายยอมรับว่า เริ่มรู้สึกวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากลักษณะการก่อสร้างแนวป้องกันของฝ่ายกัมพูชาครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะเป็นการขยับเข้ามาใกล้แนวพรมแดนไทยมากขึ้น ประชาชนบางส่วนหวั่นใจว่านี่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น และอาจนำไปสู่เหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารของทั้งสองประเทศได้หากสถานการณ์พลิกผัน

ล่าสุด หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการเฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวของกำลังทหารและเครื่องจักรกลหนักของฝ่ายกัมพูชาตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดกำลังลาดตระเวนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานเหตุปะทะหรือการเผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...