โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Correction หรือ Opportunity? ถอดรหัสแรงขายทองคำรอบล่าสุด

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การปรับตัวลงอย่างรุนแรงของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างคำถามสำคัญให้กับนักลงทุนทั่วโลกว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาลงรอบใหม่ หรือเป็นเพียงการปรับฐานเพื่อสะสมพลังก่อนเดินหน้าต่อในระยะยาว

ประเด็นสำคัญ

• แรงขายรอบนี้เป็น “Repricing” ไม่ใช่ Panic

• Real Yield สูงขึ้นกดทองระยะสั้น แต่โครงสร้างระยะยาวยังไม่เปลี่ยน

• ธนาคารกลางยังซื้อทองต่อเนื่อง ทำให้ราคาลงจำกัด

• โซน 4,100–4,300 ดอลลาร์ เป็นระดับที่มีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับ

• ระยะยาว ทองยังเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในโลกที่ความเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ราคาทองคำปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา หลังหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนสถาบันใช้เป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มหลัก การหลุดระดับดังกล่าวกระตุ้นแรงขายเชิงเทคนิค ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (NFP) ออกมาที่ 172,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดกลับมาประเมินว่าเฟดอาจยังไม่ปิดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับสูง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นสู่บริเวณ 4.45% และดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Yield 10Y) ขยับขึ้นมาใกล้ระดับ 2.10% ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันทองคำโดยตรง เนื่องจากทำให้ต้นทุนการถือครองทองเพิ่มขึ้น และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผล อย่างไรก็ตาม แรงขายรอบนี้มีลักษณะเป็น “Macro Repricing” มากกว่า Panic Selling เพราะไม่ได้เกิดจากการเทขายของผู้เล่นรายใหญ่

ข้อมูลจาก CFTC สะท้อนว่า กลุ่ม Managed Money ลดสถานะ Long ลงประมาณ 8–10% ขณะที่ ETF ทองคำรายใหญ่ เช่น GLD มีการไหลออกเพียงเล็กน้อย ส่วนธนาคารกลางยังคงซื้อทองต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีน ตุรกี และอินเดีย ซึ่งเป็น Demand เชิงโครงสร้างที่ไม่ขายออกง่าย และช่วยพยุงราคาแม้ Real Yield จะสูงขึ้น

แม้ราคาทองคำจะอ่อนตัว แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะกลางถึงยาวยังไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ภาระหนี้สาธารณะทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น หรือการกระจายทุนสำรองของธนาคารกลาง ปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาทองคำไม่ปรับลงแรงเหมือนในหลายรอบก่อนหน้า

ในระยะสั้น (1–4 สัปดาห์) ราคาทองคำยังมีโอกาสผันผวนตามข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทั้ง CPI และ PPI รวมถึงท่าทีของเฟด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ Real Yield และกระแสเงินทุนในตลาดทองคำ ระยะกลาง (1–3 เดือน) มีโอกาสฟื้นตัว หาก Real Yield เริ่มลดลงจากระดับปัจจุบัน ส่วนระยะยาว (6–12 เดือน) โครงสร้างตลาดยังเป็นบวกจากความเสี่ยงโลกและการซื้อทองของธนาคารกลาง

ระดับราคาที่ควรติดตาม ได้แก่ แนวรับ 4,300 และ 4,250 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนสะสมระยะกลาง หากราคาปรับลงลึกกว่านี้ โซน 4,100–4,300 ดอลลาร์เป็นระดับที่มีแรงซื้อกลับในอดีต และเป็นระดับที่ธนาคารกลางมักเข้าซื้อ ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,500 และ 4,700 ดอลลาร์ หากราคาสามารถกลับขึ้นยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะเป็นสัญญาณว่าการปรับฐานรอบนี้เริ่มสิ้นสุดลง

ความเสี่ยงล่วงหน้าที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ การประชุมเฟด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการปรับพอร์ตของกองทุน CTA และ ETF ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนในระยะสั้น

สถานการณ์ราคาทองคำและความผันผวนในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารพอร์ตไม่ใช่เพียงการเลือกจังหวะเข้าออกตลาด แต่คือการวางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และการรักษาสมดุลของพอร์ตในทุกช่วงของวัฏจักรตลาด และฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถมองเห็นภาพรวมของตลาดได้อย่างชัดเจน และตัดสินใจได้บนพื้นฐานของความเข้าใจอย่างแท้จริง สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 112 2222 กด 6 หรือ Line: @hgfsocial

บทความโดย คุณ วราวุธ เบญจาพุทธารักษ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ผู้จัดการ ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ และพ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า บจ. ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1
ผู้วางแผนการลงทุน

* หมายเหตุ: คำชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำบทวิเคราะห์

คำชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Disclosure)

การใช้งานและวัตถุประสงค์:

บทวิเคราะห์ฉบับนี้มีการใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อช่วยในการรวบรวมข้อมูล สังเคราะห์สรุปภาวะตลาด และเรียบเรียงเนื้อหาบางส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการนำเสนอข้อมูลแก่ผู้ลงทุน

กระบวนการตรวจสอบและมาตรฐานวิชาชีพ:

ข้อมูลและเนื้อหาที่ผลิตโดยระบบ AI ทั้งหมด ได้ผ่านการตรวจสอบ สอบทาน และยืนยันความถูกต้องโดย นักวิเคราะห์ที่ได้รับอนุญาต (Human-in-the-Loop) บริษัทและนักวิเคราะห์ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาและความสมเหตุสมผลของบทวิเคราะห์ตามมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดโดยสำนักงาน ก.ล.ต.

ข้อจำกัดและความเสี่ยง:

เทคโนโลยี AI อาจมีข้อจำกัดด้านความครบถ้วนสมบูรณ์หรือความทันสมัยของข้อมูลในบางสถานการณ์ ผู้ลงทุนควรใช้ข้อมูลในบทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งประกอบการตัดสินใจลงทุนควบคู่กับปัจจัยอื่น ๆ อย่างรอบคอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...