โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หมู่เกาะสิมิลันปิด 5 เดือน ฟื้นฟูธรรมชาติ หลังโกยรายได้ท่องเที่ยวทะลุ 215 ล้าน

สยามรัฐ

อัพเดต 17 พ.ค. เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. เวลา 11.04 น.

นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า ในฤดูกาลท่องเที่ยวที่ผ่านมา หมู่เกาะสิมิลันสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2569 ได้มากกว่า 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่มีรายได้ 197 ล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่กว่า 400,000 คน และมากกว่าร้อยละ 90 เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับจังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมลดลงเล็กน้อย แม้ว่าสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การเดินทางท่องเที่ยวเริ่มชะลอตัวลงจากปัจจัยความไม่แน่นอนของสถานการณ์ต่างประเทศ รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งและภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาคการท่องเที่ยวยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หัวหน้าอุทยานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสวยงามของท้องทะเล ปะการัง และชายหาดของหมู่เกาะสิมิลัน ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มงวด ทั้งการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว การดูแลความปลอดภัย และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกให้คงอยู่ต่อไป

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวประจำปีเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 14 ตุลาคม เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงฤดูมรสุมของทะเลอันดามัน เปิดโอกาสให้ระบบนิเวศทางทะเลได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ พร้อมดำเนินการซ่อมบำรุงและเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในฤดูกาลถัดไป ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวอื่นในจังหวัดพังงายังคงเปิดให้บริการตามปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...