ผบช.น.แถลงความคืบหน้าคดีรถไฟชนรถเมล์ บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. แถลงการติดตามความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ที่ สน.มักกะสัน โดยเปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้ามาติดตามการจัดทำสำนวนคดี โดยได้เรียกประชุมทีมพนักงานสืบสวนสอบสวน ร่วมกับ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผบช.น. พร้อมสั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินการอย่างรัดกุม รอบคอบ และตรวจสอบพยานหลักฐานทุกด้าน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด การสอบปากคำพยานบุคคล ตลอดจนหลักฐานทางเทคนิคต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความประมาทของผู้ใด และผู้เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วนหรือไม่
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำป้อมรถไฟ คนขับรถไฟ หรือคนขับรถโดยสาร ว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรฐานปกติครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นประจำ จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ขึ้น
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำคนขับรถไฟแล้ว และแจ้งข้อหา “ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ส่วนคนขับรถโดยสารยังอยู่ระหว่างรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บและแผลไฟคลอกหลายจุดทั่วร่างกาย จึงยังไม่สามารถสอบปากคำได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำป้อมรถไฟถูกนำตัวไปตรวจร่างกาย และจะเรียกสอบปากคำเพิ่มเติมภายหลัง
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ประจำป้อมได้โบกธงแดงเพื่อส่งสัญญาณเตือนว่าเส้นทางข้างหน้าไม่ปลอดภัยและห้ามผ่าน แต่คนขับรถไฟไม่ได้ชะลอหรือหยุดรถ จนพุ่งชนรถโดยสารที่จอดคร่อมรางรถไฟ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ยึดกล่องดำของรถไฟไว้แล้ว และอยู่ระหว่างประสานผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ตำรวจจะตรวจสอบระเบียบและขั้นตอนการส่งสัญญาณของการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างละเอียด ทั้งระยะการโบกธงแดง รวมถึงขั้นตอนการโบกธงเขียวเพื่ออนุญาตให้รถไฟผ่าน ว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ส่วนกรณีคนขับรถโดยสารที่ปรากฏภาพจอดรถคร่อมรางรถไฟ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจร หรือมีความผิดอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ขณะเดียวกัน ประเด็นสัญญาณไฟแดงกะพริบในช่วงเกิดเหตุ จะมีการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไข พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้เส้นทางผ่านจุดตัดทางรถไฟให้เคารพกฎจราจรและเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากยังมีจุดตัดลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่ง
สำหรับยอดผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุด มีทั้งหมด 30 คน แบ่งเป็นชาย 21 คน และหญิง 9 คน โดยกลับบ้านแล้ว 14 คน และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 16 คน ส่วนยานพาหนะได้รับความเสียหายรวม 9 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ 4 คัน และรถยนต์ 5 คัน
ขอบคุณแฟ้มภาพ กองบัญชาการตำรวจนครบาล