ชง 3 ข้อแก้ความเสี่ยงจุดตัดรถไฟ ดึง AI ช่วยคำนวณปลอดภัย ปรับกายภาพไม้กั้น
จากอุบัติเหตุรถไฟขนส่งสินค้า ชนรถเมล์ที่จอดคร่อมรางบริเวณจุดตัดถนนอโศก-ดินแดง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยจุดดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดถึงความเสี่ยงอุบัติเหตุทั้งในเชิงกายภาพและวินัยจราจรของผู้ขับขี่
เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เปิดเผยกับทีมข่าวเดลินิวส์ ถึงข้อเสนอจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยโจทย์ใหญ่มีทั้งเรื่องคน รถไฟ และเจ้าหน้าที่คุมไม้กั้น ซึ่งมีบทบาทหลายอย่างทั้งต้องประเมินการกดสัญญาณรถไฟ ประเมินการนำไม้กั้นลง และประเมินการส่งสัญญาณบอกรถไฟให้หยุด หรือเข้ามาได้ ตำแหน่งนี้มีความรับผิดชอบที่มีปัจจัยต้องประเมินเยอะ
ผู้จัดการ ศวปถ. ระบุปัญหาจุดตัดที่อยู่ใกล้กับทางแยกที่มีท้ายแถวสะสมคร่อมทางรถไฟแบบนี้ ในต่างประเทศจะมีวิธีแก้ไขโดยใช้ระบบ AI เข้ามาช่วย ยกตัวอย่าง อเมริกาจะใช้การทำให้จุดตัด “แยกระบบ” จากกัน เช่น ทำทางข้าม/สะพานยกระดับ (Overpass) ทางข้าม หรือ ทางลอด (Underpass) ไปเลย เพื่อไม่ให้ตัดกัน
อย่างไรก็ตาม กรณีที่จำเป็นต้องตัดเส้นทางกันจริงๆ ในอเมริกาจะใช้ AI เข้ามาช่วยในการคำนวณความปลอดภัย อย่างการคำนวณคิวรถติดสะสม และคำนวณเพื่อบอกได้ว่าจุดไหนต้องเตือนรถไฟให้ปรับความเร็วให้สอดคล้องตามตำแหน่งนั้น ๆ
ดังนั้น ข้อเสนออย่างแรกที่ควรทำคือ 1.ทำอย่างไรจะมี AI เข้ามาช่วยคนทำงาน และช่วยให้มีแอคทีฟวอร์นิ่ง (Active Warning) ที่ต้องเตือน โดยเฉพาะคนขับรถไฟต้องรู้สถานการณ์ข้างหน้า 2.กายภาพ อาจต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น ใน 2 จุดใหญ่ที่เป็นปัญหาคือ ไม้กั้น และ Yellow box (เส้นทแยงสีเหลือง/เขตห้ามหยุดรถ)
ในส่วนไม้กั้นควรปิดทั้ง 2 ทิศทาง หรือทำเป็นตัวยืด เพื่อไม่ให้มีช่องว่างช่วงกลางให้คนลักไก่ได้ ส่วน Yellow box ควรปรับให้เห็นเด่นชัดขึ้น ยกตัวอย่างหลังเหตุการณ์อุบัติเหตุทางข้ามของ “หมอกระต่าย” ที่ทำให้มีการแก้ไขทาสี แก้ไขกายภาพทางม้าลายให้เห็นชัดเจนขึ้น ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนเป็นสีแดง-ขาว เพื่อเพิ่มการตื่นตัว (Alert) ของคน ว่าห้ามจอดทับเด็ดขาดต่อให้กำลังรอสัญญาณไฟแดงก็ตาม
และ 3.การบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการกำกับการจอดทับจุดห้ามจอดต้องเข้มงวด อาทิ ใช้จับภาพคนฝ่าฝืน จอดล้ำจุดห้ามจอด แล้วไปดำเนินการต่อ เช่น การตัดแต้ม อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้มีการใช้กล้องจับภาพการกระทำฝ่าฝืนกฎ ไปจนถึงการออกใบสั่งความผิดต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดการไปชำระ (ใบสั่ง)
“เบื้องต้นจึงต้องฝากความหวังไปที่กายภาพก่อน เพราะหากฝากความหวังการบังคับใช้ บ้านเรายังมีจุดอ่อนอีกเยอะ เช่น ต่อให้บอกว่าเดี๋ยวจะบังคับกฎหมายเข้มข้น คนก็เรียนรู้ว่าไม่มีหรอก ใบสั่งมาก็ไม่ไปจ่าย ไม่กลัวใบสั่ง ไม่มีสภาพบังคับใช้”
นอกจากนี้ ยกอีกตัวอย่างที่อเมริกาทำควบคู่ไปคือ การสร้างแคมเปญ See Tracks, Think Train ทุกครั้งที่เห็นรางให้นึกถึงรถไฟ สร้างภาพจำ “เห็นรางคือเห็นรถไฟ” เพื่อให้คนรู้ว่าอย่ามาจอดคร่อม มาจอดใกล้ๆ จอดในที่ห้ามจอด โดยรวมมาตรการพื้นฐานคือ 3 E (Engineering / Education / Enforcement) เน้นมากสุดคือ Engineering ใช้ AI ตามด้วยแก้ไขกายภาพ (ไม้กั้น และ Yellow box) การกำกับ และการรณรงค์
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม จากข้อมูลกรมการขนส่งทางราง บริเวณจุดตัดรถไฟ มีลักษณะอุบัติเหตุขบวนรถชนกับยานพาหนะ/กีดขวางทาง/ชนเครื่อง เฉพาะสถิติปี 2568 เกิดขึ้น 121 ครั้ง บาดเจ็บ 53 ราย เสียชีวิต 19 ราย.