โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถานการณ์ชายแดนตึงอีกระลอก! ชาวบ้านสระแก้วร้อง กัมพูชานำรถไถล้ำเขตไทยกว่า 10 ไร่

tvpoolonline.com

อัพเดต 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.28 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TV Pool

วันนี้ (17 พ.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านอำเภอโคกสูง จังหวัด สระแก้ว กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังชาวบ้านบ้านอ่างศิลาและบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น ร้องเรียนว่ามีกลุ่มชาว กัมพูชา นำรถไถเข้ามาทำการเกษตรในเขตฝั่ง ไทย บริเวณแนวหลักเขตแดนที่ 48–49 ใกล้เส้นอ้างสิทธิ์ (เส้นสีแดง) เป็นพื้นที่ราว 10 ไร่ สร้างความไม่พอใจให้กับชุมชนในพื้นที่อย่างมาก

ภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1205 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 นำกำลังเข้าตรวจสอบทันที พร้อมสั่งระงับการไถนาและให้ถอนรถไถออกจากพื้นที่ โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ มีทหารกัมพูชาเข้ามาโต้แย้ง อ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ที่ชาวกัมพูชาใช้ประโยชน์มาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยได้แสดงหลักฐานทั้งภาพถ่ายแนวเขต เส้นอ้างอิง และพิกัด GPS ยืนยันว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในเขตแดนฝั่งไทย และเกินแนวพื้นที่ตามข้อตกลง MOU 43 ซึ่งกำหนดให้เป็นพื้นที่กันชนเพื่อรอการเจรจา ห้ามทั้งสองฝ่ายใช้ประโยชน์ ส่งผลให้เหตุการณ์ยุติลงชั่วคราว

แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ชาวบ้านยังคงวิตกกังวล เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบโล่ง ไม่มีแนวรั้วหรือสิ่งกีดขวางชัดเจน ทำให้สามารถล้ำข้ามไปมาได้ง่าย และเคยเกิดปัญหาลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

น.ส.นงรัตน์ จันทะมา เจ้าของที่ดินในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปัญหาการรุกล้ำเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่บ้านอ่างศิลาไปจนถึงบ้านป่าไร่ โดยบางจุดชาวกัมพูชายังใช้คันนาร่วมกับชาวไทย พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งสร้างแนวป้องกันที่ชัดเจน เพื่อยุติข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานาน

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังแสดงความกังวลว่า พื้นที่ชายแดนจุดดังกล่าวอาจกลายเป็นช่องโหว่ด้านความมั่นคง เสี่ยงต่อการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความเปราะบางของพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งยังมีข้อพิพาทเรื่องแนวเขตและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนหลายจุด ทำให้ประชาชนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนสถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...