โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทวิดา’ ปลุกวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ ยุคใหม่ ชู Data-Driven พลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างมหานครอัจฉริยะ

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รองผู้ว่าฯ กทม. ถ่ายทอดมุมคิดบริหารเมืองยุคใหม่ ชี้ผู้นำต้องใช้ “ข้อมูล-ยุทธศาสตร์-นวัตกรรม” เชื่อมทุกหน่วยงานเข้าหากัน เตือนทำงานแบบแยกส่วนพาเมืองสะดุด พร้อมย้ำ นักยุทธศาสตร์ตัวจริงต้องเปลี่ยนผลกระทบเชิงลบให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเมือง

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. บรรยายพิเศษหัวข้อ “การบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร” ภายใต้โครงการศึกษาอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนามหานคร (มหานคร รุ่น 14) โดยถ่ายทอดแนวคิดการบริหารเมืองสมัยใหม่ที่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของมหานครทั่วโลก ณ ห้องบางกอก ชั้น B2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม. เขตดินแดง

รศ.ทวิดา ระบุว่า การพัฒนาเมืองในปัจจุบันไม่สามารถใช้เพียงประสบการณ์หรือการแก้ปัญหาแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัย “ข้อมูล” เป็นแกนหลักในการกำหนดยุทธศาสตร์ หรือที่เรียกว่า Data-Driven Strategy ควบคู่กับการตั้งคำถามใหม่ ๆ เพื่อเปิดทางสู่นวัตกรรม

รศ.ทวิดา. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาองค์กรจำนวนมากมักพยายามหาคำตอบเดิมให้แม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ จนได้เพียง “การพัฒนา” แต่ไม่สามารถสร้าง “นวัตกรรม” ที่เปลี่ยนเมืองได้จริง พร้อมชี้ว่า เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครกำลังเผชิญความท้าทายทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การจราจร น้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 รวมถึงคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งทุกปัญหาล้วนเชื่อมโยงกันทั้งหมด

“นักยุทธศาสตร์ที่ดีต้องไม่ทำงานแบบไซโล หรือแยกส่วน แต่ต้องมองเห็นผลกระทบที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด ว่านโยบายหนึ่งจะกระทบอีกหน่วยงานอย่างไร” รศ.ทวิดา กล่าว พร้อมยกเปรียบเทียบว่า ผู้นำเมืองที่มีวิสัยทัศน์ต้องรู้ว่า “ปืนนัดเดียวจะยิงนกได้ทั้งรังอย่างไร” หรือหากพลาดเป้าหมายหนึ่ง จะเกิดผลกระทบต่ออะไรตามมา ซึ่งหากสามารถออกแบบนโยบายเพื่อลดผลกระทบได้ตั้งแต่ต้น ถือเป็นความสามารถขั้นสูงของนักบริหารเมืองยุคใหม่

นอกจากนี้ รศ.ทวิดา ยังเน้นว่า ความเก่งของผู้บริหารไม่ได้อยู่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องสามารถเปลี่ยน “วิกฤติ” ให้เป็น “โอกาส” เพื่อสร้างประโยชน์ต่อยุทธศาสตร์ด้านอื่นของเมืองได้ด้วย

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา “สมาร์ทซิตี้” ของหลายประเทศทั่วโลก ที่ใช้ฐานข้อมูลดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยบริหารเมืองแบบเรียลไทม์ ทั้งด้านขนส่ง สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และบริการประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารภาครัฐ

ทั้งนี้ กทม.ยังเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลางและระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองหลวงในอนาคต และผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่มหานครที่บริหารด้วยข้อมูลและนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...