‘ไนล-ภาสิริ ตั้งคารวคุณ’ บริหารแบรนด์ด้วยความสนุก ขับเคลื่อนชีวิตด้วยความสุข
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. เวลา 02.06 น. • HELLO! Magazine ThailandHELLO! ชวนคุณเปิดบทสนทนากับ คุณไนล-ภาสิริ ตั้งคารวคุณ ทันทีที่บทสนทนาเริ่มต้นขึ้น พลังงานความมุ่งมั่นในฐานะ Working Woman ยุคใหม่ก็ส่งผ่านน้ำเสียงของเธออย่างเด่นชัด แม้เธอจะเป็นคนที่พร้อมลุยงาน และมี Mindset การเรียนรู้แบบ Non-stop learning แต่เธอกลับซ่อนความสดใสและเป็นกันเองไว้ได้อย่างน่ารัก โดยเฉพาะคำติดปากสุดเก๋อย่าง ‘เริช!’ ที่มักใช้เติมอรรถรสในห้องประชุมกับทีมเจน Z
นอกเหนือจากพาร์ตการทำงานที่จริงจังและการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวในปีหน้า บทสนทนาในครั้งนี้กลับทำให้เราได้เห็น DNA ความเป็น ‘Feel Good’ ที่เธอตั้งใจใส่ไว้ใน babycakes อย่างเต็มเปี่ยม HELLO! ขอพาทุกคนไปสัมผัสตัวตนรอบด้านของหญิงเก่งคนนี้ที่จะทำให้คุณรู้จักเธอมากยิ่งขึ้น
เราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยเรื่องราวสนุกๆ ในออฟฟิศกันก่อนเลย
ช่วงนี้มี ‘คำพูดติดปาก’ อะไรไหม
“(หัวเราะ) มีค่ะ ด้วยความที่อยู่ในออฟฟิศก็จะมีน้องๆ เจน Z เยอะมาก ช่วงนี้ไนลเลยจะชอบพูดคำว่า ‘เริ่ด’ แต่เวลาออกเสียงต้องเป็น ‘เริช!’ สะกดด้วย ช.ช้าง เท่านั้นนะคะ มันช่วยเพิ่มอรรถรสและพลังงานบวกได้ดีมากๆ เวลาเรานั่งคุยงานกันแล้วมีใครเสนอไอเดียที่ถูกใจขึ้นมา คำนี้จะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดให้ได้ยินตลอดเลยค่ะ”
ขยับจากเรื่องราวสนุกๆ ในออฟฟิศ มาทำความรู้จักกับตัวตนเบื้องลึกของเธอให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
หากให้เลือกคำนิยามที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง คุณไนลจะเลือกคำว่าอะไร
“สำหรับไนล 3 คำที่สามารถอธิบายถึงตัวเองได้ดีที่สุด ถ้าในตอนนี้ คำแรกคือKind คำที่สองคือFun และคำสุดท้ายคือ babycakes ค่ะ ไนลคิดว่า 3 คำนี้อธิบายตัวเราได้ดีและกลมกล่อมมาก โดยเฉพาะคำว่า babycakes นอกจากจะเป็นชื่อแบรนด์เค้กที่ไนลตั้งใจทำอยู่แล้ว ในอีกมุมหนึ่ง คำว่า babycakes ยังมีความหมายแฝงที่น่ารักมากๆ แปลว่า ‘ที่รัก’ ได้ด้วยค่ะ”
ถ้าให้ส่องกระเป๋าของคุณไนล ไอเท็มชิ้นไหนคือสิ่งที่ขาดไม่ได้
“ถ้าเอาแบบขาดไม่ได้จริงๆ เลยก็คือโทรศัพท์มือถือค่ะ แต่ถ้าวันไหนที่ต้องออกมาทำงาน สิ่งที่ไนลจะลืมไม่ได้เด็ดขาดเลยก็คือ Laptop ค่ะ เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราก็ต้องพร้อมสำหรับเรื่องงานและอัปเดตไอเดียใหม่ๆ กับทีมได้ตลอดเวลาค่ะ”
อาหารจานโปรด มีร้านไหนที่ต้องเช็กอินบ่อยเป็นพิเศษไหม
“ถ้าเป็นเรื่องอาหาร จริงๆ แล้วไนลกินข้าวที่บ้านบ่อยที่สุดเลยค่ะ เพราะที่บ้านจะชอบครีเอตและเปลี่ยนเมนูใหม่อยู่ตลอด ตัวไนลเองค่อนข้างอยู่ง่ายทานง่าย ทานได้ทุกสไตล์เลยค่ะ แต่ถ้าถามถึงเมนูโปรด ต้องยกให้ ‘เมนูก๋วยเตี๋ยว’ ฝีมือที่บ้านเลยค่ะ บอกเลยว่าทำอร่อยมาก เครื่องแน่นจัดเต็มสุดๆ อย่างเกียมอี๋หรือน้ำพริกกะเหรี่ยงก็เป็นสูตรเด็ดของที่บ้าน นอกจากนี้ในวันอื่นๆ ก็จะมีสลับสับเปลี่ยนกันไป ทั้งอาหารไทย อาหารจีน หรืออาหารฝรั่ง เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติและเอ็นจอยได้ไม่เบื่อเลยค่ะ”
ถัดจากพาร์ตไลฟ์สไตล์สบายๆ ที่ทำให้เราได้เห็นมุมสดใสและอบอุ่นรอบตัวเธอแล้ว ต่อไป HELLO! จะพาทุกคนไปเจาะลึกบทบาทนักบริหารและทำความรู้จักกับแบรนด์เค้กสุดน่ารักของเธอกัน
ถ้าพูดถึง babycakes คิดว่าคนจะนึกถึงอะไร
“ถ้าในมุมของเมนู ไนลจะนึกถึง ‘Baby Set’ เป็นอันดับแรกเลยค่ะ เพราะเมนูนี้เรียกว่าเป็นนางเอกหรือ Hero Product ของทางร้านเลยก็ว่าได้ จุดเด่นจะอยู่ที่เป็นเค้ก 4 ช่องที่ลูกค้าสามารถครีเอตหรือเขียนข้อความน่ารักๆ ได้ตามรีเควสเลยค่ะ ไนลมองว่าสิ่งนี้เป็นมากกว่าแค่เค้ก แต่คือการส่งต่อความรู้สึกดีๆ และสร้างโมเมนต์พิเศษให้กับคนรับในแบบที่เป็นตัวเองที่สุดค่ะ”
ช่วงนี้แบรนด์ babycakes เป็นอย่างไรบ้าง
“ตอนนี้ babycakes มีโปรเจกต์ใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ เลยค่ะ ทั้งการทำ Collaboration ที่มีทั้งการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์เพื่อครีเอตสิ่งใหม่ๆ (Inter-brand Collaboration) และการขยายโปรเจกต์ในรูปแบบ B2B (Business-to-Business) นอกจากนี้เรายังมีแพลนที่จะเปิดสาขาเพิ่มเติมเพื่อเข้าถึงและส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าได้มากขึ้นด้วยค่ะ”
อะไรคือ ‘NEW’ หรือสิ่งใหม่ๆ ที่นำมาขับเคลื่อนธุรกิจในตอนนี้
“ไนลมองว่าสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวันค่ะ โลกของการทำงานในปัจจุบันไม่ได้เหมือนสมัยก่อนแล้ว วงจรหรือการคงอยู่ของเทรนด์ต่างๆ มันไม่ได้ยาวเท่าเดิม ความท้าทายคือเราต้องพร้อมปรับตัวและประยุกต์ใช้สิ่งใหม่ๆ ให้ทันท่วงที แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทิ้ง ‘ความเป็นตัวเอง’ ไปค่ะ
ดังนั้นความ ‘NEW’ ในมุมของไนล จึงเป็นการเติมไอเดียหรือแนวทางใหม่ๆ เข้ามาเพื่อให้บริษัทเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่เราเจอสิ่งน่าสนใจที่จะช่วยให้แบรนด์เติบโตขึ้นในทิศทางที่เรายึดมั่น เราก็พร้อมจะเติมพลังความสดใหม่นั้นเข้ามาได้เรื่อยๆ โดยไม่เปลี่ยนอัตลักษณ์เดิมที่เราเป็นอยู่ค่ะ”
คิดว่าอะไรคือ ‘จุดที่ยากที่สุด’ ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ
“ไนลมองว่าความยากที่สุดคือ ‘การเริ่มลงมือทำจริงๆ’ ค่ะ เพราะสุดท้ายแล้วไอเดียก็คือไอเดีย มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นจริงเลยถ้าเราไม่เริ่มต้นก้าวแรก แต่สิ่งที่มีคุณค่าและท้าทายมากกว่านั้น คือการที่เราได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ได้เจอกับอุปสรรค และได้แก้ไขปัญหาจริงๆ ค่ะ”
คุณไนลได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากการทำธุรกิจอย่างไรบ้าง และมีวิธีจัดการกับภาวะ Burnout อย่างไร
“สำหรับไนล การทำธุรกิจคือการเรียนรู้ในแบบ Non-stop learning ที่ไม่มีวันสิ้นสุดเลยค่ะ วันนี้เราอาจจะคิดว่าเจอสิ่งใหม่ที่ต้องเรียนรู้เยอะแล้ว แต่พรุ่งนี้ก็มักจะมีเรื่องท้าทายที่มากกว่าเข้ามาให้เราได้เติบโตอยู่เสมอ
“แน่นอนว่าในเส้นทางนี้ ไนลเคยเจอภาวะหมดไฟเหมือนกัน ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ ในการทำงาน แต่คีย์สำคัญคือเราจะจัดการกับมันยังไง สำหรับไนล ตัวเองจะให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลา โฟกัสเวลางานอย่างเต็มที่ และแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อน แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการปรับ Mindset ค่ะ ไนลไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องมี Work-Life Balance เป๊ะๆ แบบเข้า 9 โมงเลิก 5 โมง แต่เราต้องไม่มองว่างานคือสิ่งที่มาบั่นทอนชีวิต
“ไนลอยากให้ออฟฟิศของเราเต็มไปด้วยพลังงานบวก อยากให้น้องๆ ทุกคนสนุกไปกับงาน เพราะแบรนด์ของเราคือ babycakes ที่ขายความรู้สึกดีๆ (Feel Good) ให้กับลูกค้า ดังนั้นพลังความสุขเหล่านี้มันจึงต้องเริ่มต้นส่งต่อมาจากข้างในองค์กรก่อน จนกลายมาเป็น DNA ของแบรนด์อย่างแท้จริงค่ะ”
babycakes ขายความ Feel Good ให้กับลูกค้า ดังนั้นพลังความสุขเหล่านี้มันจึงต้องเริ่มต้นส่งต่อมาจากข้างในองค์กรก่อน จนกลายมาเป็น DNA ของแบรนด์อย่างแท้จริง”
จากพาร์ตธุรกิจที่แสนจริงจัง ขยับมาอัปเดตโมเมนต์ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่คุณไนลกำลังสนใจในช่วงนี้กันบ้าง ซึ่งบอกเลยว่าเป็นช่วงชีวิตที่ทั้งยุ่งและแฮปปี้สุดๆ
สิ่งที่กำลังอินอยู่ตอนนี้ มีอะไรบ้างคะ
“หลักๆ เลยคืออินกับการทำงานและการเตรียมจัดงานแต่งงานของตัวเองค่ะ ด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานอยู่แล้ว ในแต่ละวันก็จะมีทั้งพาร์ตบริหาร พาร์ตออกกำลังกายดูแลตัวเอง และถ้ามีเวลาว่างช่วงนี้ก็ชอบดูหนังค่ะ ล่าสุดเพิ่งดูภาพยนตร์ชีวประวัติของ ไมเคิล แจ็กสัน มาแล้วชอบมากๆ
ส่วนโปรเจกต์ใหญ่อย่างงานแต่งงาน มีแพลนจะจัดขึ้นช่วงมีนาคมปีหน้าค่ะ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่ต้องดีลและจัดการหลายสิ่งหลายอย่างมากๆ พอต้องรันทั้งงานแต่งและธุรกิจตัวเอง ช่วงนี้เลยเป็นช่วงที่ไนลต้องจัดสรรและแบ่งเวลาชีวิตให้ดีเป็นพิเศษเลยค่ะ”
มองภาพตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้าไว้อย่างไรบ้าง
“สำหรับภาพในอีก 5 ปีข้างหน้า ไนลไม่ได้ตั้งเป้าแบบตายตัวว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ เพราะไนลเชื่อว่าในทุกๆ วัน ชีวิตเราจะไม่มีความหมายเลยถ้าเราไม่มีความสุข แน่นอนว่าชีวิตจริงเราคงไม่ได้มีความสุขในทุกวัน เพราะนั่นไม่ใช่ธรรมชาติของชีวิต
แต่สิ่งที่มีความหมายสำหรับไนลมากที่สุด คือการได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า มีเป้าหมาย ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน และที่สำคัญคือการกลับมาโฟกัสกับความสุข ณ ขณะปัจจุบันนี้ค่ะ”
หากมองย้อนกลับไป มีเรื่องไหนที่คุณไนล ‘อยากขอบคุณตัวเองมากที่สุด’
“ไนลอยากขอบคุณตัวเองที่เปิดรับและพร้อมจะซึมซับเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกวันค่ะ ขอบคุณที่เราเข้มแข็งพอจนสามารถก้าวผ่านทุกบททดสอบและความท้าทายต่างๆ มาได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว เส้นทางเหล่านั้นมันไม่ได้ง่ายเลยค่ะ พอมันผ่านมาได้แล้วมองย้อนกลับไป เราอาจจะรู้สึกว่า ‘เออ… เราก็ผ่านมาได้นะ’ แต่ในวินาทีที่ต้องเผชิญหน้ากับมันจริงๆ ไนลรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครเลย การผ่านจุดนั้นมาได้มันทำให้ไนลเติบโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้นมาก ทั้งในมุมมองของการทำงานและทัศนคติในการใช้ชีวิตค่ะ”
ภาพประกอบบทความ : nileofficial , babycakes.bkk via Instagram