‘ศุภณัฐ’ ปูดผลสอบ ‘ถนนสามเสนยุบ’ ส่อเอื้อผู้รับเหมาไม่ต้องรับผิด จวกรัฐบาลปิดชื่อถือพฤติกรรมแค่ราคาคุย
“ศุภณัฐ” ปูดผลสอบถนนยุบกลางกรุง “ซิโน-ไทย” ไม่ผิด โทษเหตุสุดวิสัย ส่งสัยการใช้มาตรฐานกับบริษัทรับเหมา เทียบ “ตึกสตง.-เครนถล่มสีคิ้ว” รู้ผลสอบภายใน 4 เดือน ด้าน “สิริพงศ์” แจง ก.คมนาคม ยังไม่ได้รับรายงานถนนยุบ บอกจะติดตามให้ ย้ำทุกอย่างตรงไปตรงมา ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด
28 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 10.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องแนวทางการจัดการปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ว่า จากกรณีเครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ผ่านไป 4 เดือนมีการแถลงข้อเท็จจริงว่ามีความล้มหลวเชิงระบบ ทั้งที่บริษัทก่อสร้างและบริษัทที่ปรึกษาทำผิดสัญญาชัดเจน และมีเหตุชัดเจนสามารถยกเลิกสัญญากับบริษัทอิตาเลียนไทยได้ และนายกฯก็เคยมีการสั่งให้ยกเลิกสัญญา แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นการยกเลิกสัญญาใดๆทั้งสิ้น จึงขอถามว่า ทางรัฐบาลจะดำเนินการ สั่งหน่วยงานในกำกับให้บอกยกเลิกสัญญากับบริษัทอิตาเลียนไทยและเสนอชื่อบริษัทอิตาเลียนไทยขึ้นแบล็คลิสต์เป็นผู้ทิ้งงานเพื่อให้ไม่สามารถที่จะกลับเข้ามาประมูลโครงการของภาครัฐได้อีกหรือไม่ และถ้าจะสั่งยกเลิกจะดำเนินการให้เสร็จเมื่อไหร่ สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานหรือไม่ ถ้าวันนี้ไม่ยกเลิกสัญญา หมายความว่าสิ่งที่นายกฯสั่งก่อนหน้านี้จะกลายเป็นตัวตลกของสังคมได้
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ได้รับมอบมายจาก รมว.คมนาคม ชี้แจงแทนนายกฯว่า หลังจากที่มีกรณีเหตุเครนถล่มในช่วงที่ผ่านมาทางการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ไม่ได้มีความนิ่งนอนใจ จากคำสั่งการของนายกฯเป็นแนวทางในการปฎิบัติการจะปฏิบัติอย่างไรให้ครบถ้วนก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทางรฟท.ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน
ล่าสุด มีการส่งหนังสือไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เพื่อที่จะขอทราบแนวทางอำนาจหน้าที่เพื่อความรอบคอบซึ่งมีหนังสือตอบกลับมาจาก ออส.เมื่อวันที่ 21 พ.ค.69 โดยทาง อสส. มีความเห็นเกี่ยวกับระเบียบต่างๆ ว่าการใช้ดุลพินิจของ รฟท.ในการบอกเลิกสัญญา ทางปกครองควรคำนึงถึงผลดีผลเสีย ประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งหลักความได้สัดส่วนและหลักพอสมควรแก่เหตุตลอดจนผลกระทบของการบอกเลิกสัญญาประกอบด้วย ซึ่งความตั้งใจของรฟท. คือต้องบอกเลิกสัญญาและต้องขึ้นแบล็คลิสต์รายนี้
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะตามมาหากบอกเลิกสัญญาคือซับหน้างานผู้รับจ้างได้มีการดำเนินการไปก่อนหน้านี้และยังไม่ได้มีการส่งมอบงาน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องของการฟ้องร้องต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นบริหารสัญญามา 99.5 % เหลืออยู่ 22 ช่วง ใช้ระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ก็จะแล้วเสร็จตามสัญญา แต่หากมีการยกเลิกสัญญาในช่วงนี้คาดว่ากระบวนการทั้งสิ้นจาก 5 เดือนจะขยับออกไปเป็น 2 ปี ทั้งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
“สิ่งที่ผมพูดไม่ได้หมายความว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่ดำเนินการยกเลิกสัญญา แต่เป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมชี้ให้เห็นว่าเราคำนึงถึง ในทุกมิติแน่นอนว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนย่อมมาอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมนี้ขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น แต่เกิดขึ้นมาจากความหละหลวมในการดำเนินการมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง กระทรวงคมนาคมออกมาแถลงการณ์เราไม่ได้ปฏิเสธความผิดพลาดที่เกิดจากความบกพร่องของการดำเนินการและสิ่งนี้ก็จำเป็นที่จะต้องนำมาสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ในการควบคุมงานก่อสร้างเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน”นายสิริพงศ์กล่าว
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า การที่รมช.คมนาคมบอกว่า ไม่ใช่ว่ากระทรวงฯจะไม่ยกเลิกสัญญา แต่สรุปว่าไม่ยกเลิกอยู่ดี และไปอ้างในส่วนของ อสส. ซึ่งต้องฝากรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นตัวแทนนายกฯว่า วันหลังถ้านายกฯจะสั่งอะไรขอให้ปรึกษาอสส.ก่อนดีกว่าหรือไม่ ไม่ใช่สั่งเอาภาพ สั่งสร้างภาพ และสุดท้ายทำไม่ได้ ถ้าจะสั่งก็สั่งโดยไม่ต้องออกข่าว ทำให้ประชาชนเข้าใจและคาดหวังกับนายกฯว่านายกฯจะสั่งยกเลิกและเอาจริงเอาจัง แต่สุดท้ายทำไม่ได้ ดังนั้นขอแนะนำว่าหากติดขัดเรื่องทรัพย์สินก็ให้เขาทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยยกเลิกสัญญาก็ได้และมีเหตุของตึก สตง.อยู่แล้ว ก็สามารถใช้เหตุนี้ในการยกเลิกสัญญาบริษัทอิตาเลียนไทยและขึ้นแบล็คลิสต์ได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการ รวมถึงสมุดพกที่กรมบัญชีกลางทำ ก็สามารถบอกเลิกสัญญาได้ แต่จนถึงวันนี้สมุดพกยังใช้ไม่ได้ ทั้งที่นายกฯบอกว่าจะทำให้เสร็จเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จึงอยากถามว่าสมุดพกจะดำเนินการเสร็จเมื่อไหร่และปัจจุบันดำเนินการไปถึงไหนแล้ว
นายสิริพงษ์ ชี้แจงว่า ยืนยันว่าไม่มีเจตจำนงใดของกระทรวงคมนาคมที่จะไม่ยกเลิกสัญญาบริษัทอิตาเลียนไทย แต่ต้องพิจารณาในทุกมิติให้ครบถ้วน แนวทางที่นายกฯให้เราต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อกฎหมาย ส่วนในเรื่องสมุดพกได้มีการติดตามสอบถามกรมบัญชีกลาง แต่ต้องยอมรับตามตรงว่าตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่เพราะตนไม่ใช่คนออกสมุดพก เพราะคนที่ออกสมุดพกคือ กรมบัญชีกลาง ทั้งนี้กรมบัญชีกลางให้คำตอบมาว่าเขาให้ความสำคัญกับทีโออาร์เป็นอันดับแรก และสมุดพกเป็นการหักแต้มหลังจากเกิดเหตุแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการบริหารสัญญาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยที่เข้มข้นเพื่อเป็นการป้องปรามเหตุให้ได้ก่อน และยืนยันว่าในเรื่องของสมุดพกจะมีการดำเนินการเช่นเดียวกัน แต่ตนไม่สามารถตอบได้ว่ากรมบัญชีกลางจะดำเนินการให้ได้เมื่อไหร่
นายศุภณัฐ ถามอีกว่า มาตรฐานการทำงานและการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลต่อผู้รับเหมาขึ้นอยู่กับว่าผู้รับเหมานั้นเป็นใคร ทำไมผลสอบตึก สตง.ถล่ม เครนถล่ม ใช้เวลา 3-4 เดือนแถลงผลได้ ส่วนถนนยุบที่ถนนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่มีบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ช.การช่าง เป็นผู้รับเหมา โดยผลการตรวจสอบพบว่า กรณีตึก สตง. ใช้เวลาสอบแถลงภายใน 3 เดือน พบว่าผู้รับเหมา คนออกแบบ และที่ปรึกษา ผิด กรณีเครนถล่มทับรถไฟ ใช้เวลาตรวจสอบ 4 เดือน และแถลงผลสอบผู้รับเหมา และที่ปรึกษาผิด
ส่วนถนนสามเสนยุบ เมื่อเดือน ก.ย. 68 ผ่านมาแล้ว 8 เดือนยังไม่มีผลสอบสวน ทั้งที่คณะกรรมการตรวจสอบกระทรวงคมนาคมเป็นผู้แต่งตั้งขึ้นเป็นเพราะว่าผู้รับเหมาเป็นบริษัทชิโนไทยหรือไม่และจะแถลงผลสอบสวนเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามการตั้งคณะกรรมการสอบถนนยุบ พบว่ามีคนนอก ประมาณ 20% ซึ่งต่างจาก คณะกรรมการสอบตึก สตง.ที่มีคนนอก 40% พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มีข่าวหลุดออกมาว่าผลสอบเบื้องต้นระบุว่า ผู้รับเหมาไม่ผิด แต่เป็นเหตุสุดวิสัยจากน้ำประปาและน้ำใต้ดิน
นายสิริพงศ์ชี้แจงว่า การสอบสวนแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับปัจจัยหนึ่งในการสอบสวนความรวดเร็วในแต่ละเรื่องที่มีความแตกต่างกันหน่วยงานที่ตรวจสอบในแต่ละเคสก็จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งกรณีผลสอบสวนถนนยุบทางกระทรวงคมนาคมก็ยังไม่ได้รับรายงานตนก็จะไปติดตามให้ ไม่ทราบว่าข้อมูลวงใน นายศุภณัฐได้มาได้อย่างไร เพราะตนอยู่กระทรวงคมนาคมยังไม่ทราบเลย ท่านก็มีสิทธิ์ตั้งข้อกล่าวหา แต่อยากให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงด้วย และแนวทางของนายกที่ให้มากับทุกกระทรวง โดยใช้วิธีการปิดชื่อดูเพียงพฤติกรรมไม่ได้สนใจว่าจะเป็นบริษัทไหนดำเนินการอย่างไร ผิดก็คือผิดถูกก็คือถูก แต่การจะอ้างเหตุของการกระทำหนึ่งหรือเหตุการณ์หนึ่งแล้วมาดำเนินการกับอีกเรื่องนึงอาจจะไม่มีความครบถ้วนทางด้านกฎหมายเพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้เราทำได้
“ยกตัวอย่างเช่นตอนที่พวกเราลงสมัครสส. พฤติกรรมบางพฤติกรรมที่ยังไม่ได้ถูกชี้มูลหรือยังไม่ได้ถูกตัดสินแต่ต้นเป็นพฤติกรรมที่อาจจะออกเทาๆ เราก็ยังรับรองให้เขาลงสมัครได้เลยเพราะกฎหมายไม่ได้ระบุว่าเขาเป็นคนผิด หรือการกระทำอย่างหนึ่งอาจจะไม่ใช่เป็นเหตุผลในการดำเนินการอีกอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตามทางกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบกฎหมายอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาที่สุด”นายสิริพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้นายศุภณัฐ ฝากทิ้งท้ายว่า รายงานดังกล่าวอยู่ในกระบวนการที่เสนอ รมว.คมนาคม หรือเสนอไปแล้ว จากข้อมูลที่ตนได้รับ คณะกรรมการลงความเห็นแล้ว แต่ถูกดองอยู่ ส่วนข่าวหลุดที่ออกมา คือ หลุดทั้งหมด โทษทุกอย่าง ยกเว้นผู้รับเหมา ขอฝาก รมช.คมนาคม ว่าให้สร้างบรรทัดฐานที่ดี ปิดชื่อ ถือพฤติกรรมทำจริงหรือไม่