โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 'ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่' เปลี่ยนไว-วงจรสั้น เทรนด์บิวตี้ ต้องเข้าถึงง่าย-คุ้มค่า

SpringNews

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในยุคที่เทรนด์เปลี่ยนเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการสื่อสาร การเลือกซื้อสินค้า หรือการให้ความสำคัญกับคุณค่าและตัวตนของแบรนด์ ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างมีนัยสำคัญ

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวอย่างชัดเจน คือ ธุรกิจบิวตี้และความงาม ที่กำลังเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับราคาและชื่อเสียงของแบรนด์ สู่การมองหาสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ความยั่งยืน และความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น แบรนด์ความงามจึงต้องเร่งพัฒนาสินค้า กลยุทธ์การตลาด และประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้สอดรับกับความต้องการของ Gen Z หากต้องการครองใจผู้บริโภคกลุ่มนี้ ซึ่งกำลังกลายเป็นกำลังซื้อสำคัญของตลาดในอนาคต และเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมความงามทั่วโลก

งานวิจัยเรื่อง 'ทัศนคติของคนไทยเจเนอเรชันซีที่มีต่อแบรนด์ไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า' โดย ณัฐณิชา มูลใจทราย จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ในไทยมีทัศนคติเชิงบวกต่อแบรนด์ไทยมากขึ้น และมีแนวโน้มสนับสนุนสินค้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยได้รับอิทธิพลจากกระแสความภาคภูมิใจในความเป็นไทย (Local Pride) และ Soft Power ไทย ไม่ว่าจะเป็น T-Pop หรือซีรีส์ไทยที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ไทยในสายตาคนรุ่นใหม่

ผลวิจัยยังพบว่า Gen Z ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา (Value for Money) และใช้รีวิวจากผู้ใช้จริง รวมถึงความคิดเห็นของอินฟลูเอนเซอร์บนโซเชียลมีเดียเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ ขณะเดียวกันแม้จะเป็นกลุ่มที่เติบโตมากับโลกดิจิทัล แต่ยังต้องการทดลองสินค้าในหน้าร้านจริงก่อนตัดสินใจซื้อ โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทย ได้แก่ ความโปร่งใสของข้อมูลส่วนผสม ความน่าเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ และการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น

นอกจากงานวิจัยแล้ว วันนี้จะพามาส่องเทรนด์บิวตี้ และความเคลื่อนไหวในธุรกิจความงาม บิวตี้ ในไทยว่าเป็นอย่างไร พูดคุยกับ ‘รวิศ หาญอุตสาหะ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เปิดเผยว่า ในยุคที่กระแสโซเชียลมีเดียขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ยอมรับว่าความท้าทายหลักของตลาดบิวตี้ในปัจจุบันคือ พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่และกลุ่ม Gen Z ที่เทรนด์ต่างๆ มีวงจรที่สั้นลงหรือ มาเร็วไปเร็ว กว่าในอดีตมาก

ทั้งนี้จะทำให้แบรนด์ไม่สามารถยึดติดกับรูปแบบเดิมๆได้ แต่ต้องอาศัยความคล่องตัว (Agility) ในการปรับเปลี่ยนทั้งผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ให้ทันต่อกระแสความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยหัวใจสำคัญของการรับมือเทรนด์ที่เปลี่ยนไว คือการวางตำแหน่งแบรนด์ให้เป็น "Affordable Trending" หรือการนำเสนอสินค้าที่เป็นแฟชั่น ทันสมัย และอยู่ในกระแส แต่ยังคงรักษาจุดเด่นเรื่องราคาที่ย่อมเยาและเข้าถึงง่าย (Value for Money) เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Smart Seekers ซึ่งเป็นผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกและเน้นความคุ้มค่า โดยเฉพาะในหมวด Color Cosmetic อย่างลิปสติกที่ตลาดมีการแข่งขันสูงและเทรนด์สีสันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์จึงต้องเน้นการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายและปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยอยู่เสมอเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากนี้ sasi ยังข้ามขีดจำกัดจากการเป็นแบรนด์สำหรับผู้หญิง (sasi Girls) สู่แนวคิด sasi We เพื่อสะท้อนความหลากหลายและไม่จำกัดเพศ (Inclusivity) ซึ่งเป็นคุณค่าที่ Gen Z และกลุ่ม LGBTQ+ ให้ความสำคัญกลุ่ม LGBTQ+ เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและมีกำลังซื้อชัดเจนเนื่องจากใส่ใจในการดูแลตัวเองเป็นพิเศษขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้ชายยุคใหม่ก็เริ่มเข้าสู่ตลาดเครื่องสำอางเร็วขึ้น โดยเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์พื้นฐานอย่างแป้งฝุ่นและลิปสติกเพื่อเสริมความมั่นใจและแสดงตัวตน โดยการปรับตัวของแบรนด์ผ่านการใช้พรีเซนเตอร์ถึง 9 ท่านที่มีคาแรคเตอร์แตกต่างกัน จึงเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและสื่อสารว่าความงามไม่ใช่เรื่องของ "มาตรฐาน" ที่ใครกำหนด แต่เป็นเรื่องของความมั่นใจในแบบของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อชะลอตัวและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น sasi เลือกที่จะไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าแต่เน้นการบริหารจัดการวอลุ่มการผลิตและขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมเพื่อให้แบรนด์ยังคงเป็นทางเลือกแรกที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่าย (Low Barrier to Entry) และต้องปรับกลยุทธ์การปรับตัวอย่างรวดเร็วตามเทรนด์ควบคู่ไปกับการสร้าง Brand Love เพื่อเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตและเตรียมพร้อมสำหรับการขยายตัวสู่ระดับภูมิภาค (Regional Brand) ในอนาคต

ด้าน‘ระบิล สิริมนกุล’ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า sasi ได้ครบรอบ 9 ปี ส่งแคมเปญ ซิ่งศิ Because “We” Can พร้อมแท็กทีม Face of sasi (เก้า – PROXIE - เก่งน้ำปิง) ทลายทุกข้อจำกัด Beauty Standard โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา sasi เติบโตจาก ‘sasi by SRICHAND’ แบรนด์เมกอัพสำหรับวัยรุ่น สู่ Beauty & Lifestyle Brand ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้น ผ่าน Hero Products ที่สร้างการจดจำให้แบรนด์ ทั้งแป้งกระป๋อง, ลิปทินท์, แป้งผสมรองพื้น Magic Matte และ Kiss & Blush Stick รวมถึงการพัฒนา Brand Belief อย่างต่อเนื่องจาก ‘Live a Little’ สู่ ‘Because Girls Can’ และวันนี้คือ ‘Because We Can’ ที่เปิดกว้างและ inclusive มากขึ้น เพื่อสนับสนุน self-confidence, self-expression และการรักตัวเองในแบบที่เป็นของทุกคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...