เปิด 'ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่' เปลี่ยนไว-วงจรสั้น เทรนด์บิวตี้ ต้องเข้าถึงง่าย-คุ้มค่า
ในยุคที่เทรนด์เปลี่ยนเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการสื่อสาร การเลือกซื้อสินค้า หรือการให้ความสำคัญกับคุณค่าและตัวตนของแบรนด์ ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวอย่างชัดเจน คือ ธุรกิจบิวตี้และความงาม ที่กำลังเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับราคาและชื่อเสียงของแบรนด์ สู่การมองหาสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ความยั่งยืน และความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น แบรนด์ความงามจึงต้องเร่งพัฒนาสินค้า กลยุทธ์การตลาด และประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้สอดรับกับความต้องการของ Gen Z หากต้องการครองใจผู้บริโภคกลุ่มนี้ ซึ่งกำลังกลายเป็นกำลังซื้อสำคัญของตลาดในอนาคต และเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมความงามทั่วโลก
งานวิจัยเรื่อง 'ทัศนคติของคนไทยเจเนอเรชันซีที่มีต่อแบรนด์ไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า' โดย ณัฐณิชา มูลใจทราย จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ในไทยมีทัศนคติเชิงบวกต่อแบรนด์ไทยมากขึ้น และมีแนวโน้มสนับสนุนสินค้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยได้รับอิทธิพลจากกระแสความภาคภูมิใจในความเป็นไทย (Local Pride) และ Soft Power ไทย ไม่ว่าจะเป็น T-Pop หรือซีรีส์ไทยที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ไทยในสายตาคนรุ่นใหม่
ผลวิจัยยังพบว่า Gen Z ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา (Value for Money) และใช้รีวิวจากผู้ใช้จริง รวมถึงความคิดเห็นของอินฟลูเอนเซอร์บนโซเชียลมีเดียเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ ขณะเดียวกันแม้จะเป็นกลุ่มที่เติบโตมากับโลกดิจิทัล แต่ยังต้องการทดลองสินค้าในหน้าร้านจริงก่อนตัดสินใจซื้อ โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทย ได้แก่ ความโปร่งใสของข้อมูลส่วนผสม ความน่าเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ และการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น
นอกจากงานวิจัยแล้ว วันนี้จะพามาส่องเทรนด์บิวตี้ และความเคลื่อนไหวในธุรกิจความงาม บิวตี้ ในไทยว่าเป็นอย่างไร พูดคุยกับ ‘รวิศ หาญอุตสาหะ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เปิดเผยว่า ในยุคที่กระแสโซเชียลมีเดียขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ยอมรับว่าความท้าทายหลักของตลาดบิวตี้ในปัจจุบันคือ พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่และกลุ่ม Gen Z ที่เทรนด์ต่างๆ มีวงจรที่สั้นลงหรือ มาเร็วไปเร็ว กว่าในอดีตมาก
ทั้งนี้จะทำให้แบรนด์ไม่สามารถยึดติดกับรูปแบบเดิมๆได้ แต่ต้องอาศัยความคล่องตัว (Agility) ในการปรับเปลี่ยนทั้งผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ให้ทันต่อกระแสความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยหัวใจสำคัญของการรับมือเทรนด์ที่เปลี่ยนไว คือการวางตำแหน่งแบรนด์ให้เป็น "Affordable Trending" หรือการนำเสนอสินค้าที่เป็นแฟชั่น ทันสมัย และอยู่ในกระแส แต่ยังคงรักษาจุดเด่นเรื่องราคาที่ย่อมเยาและเข้าถึงง่าย (Value for Money) เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Smart Seekers ซึ่งเป็นผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกและเน้นความคุ้มค่า โดยเฉพาะในหมวด Color Cosmetic อย่างลิปสติกที่ตลาดมีการแข่งขันสูงและเทรนด์สีสันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์จึงต้องเน้นการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายและปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยอยู่เสมอเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มเป้าหมาย
นอกจากนี้ sasi ยังข้ามขีดจำกัดจากการเป็นแบรนด์สำหรับผู้หญิง (sasi Girls) สู่แนวคิด sasi We เพื่อสะท้อนความหลากหลายและไม่จำกัดเพศ (Inclusivity) ซึ่งเป็นคุณค่าที่ Gen Z และกลุ่ม LGBTQ+ ให้ความสำคัญกลุ่ม LGBTQ+ เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและมีกำลังซื้อชัดเจนเนื่องจากใส่ใจในการดูแลตัวเองเป็นพิเศษขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้ชายยุคใหม่ก็เริ่มเข้าสู่ตลาดเครื่องสำอางเร็วขึ้น โดยเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์พื้นฐานอย่างแป้งฝุ่นและลิปสติกเพื่อเสริมความมั่นใจและแสดงตัวตน โดยการปรับตัวของแบรนด์ผ่านการใช้พรีเซนเตอร์ถึง 9 ท่านที่มีคาแรคเตอร์แตกต่างกัน จึงเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและสื่อสารว่าความงามไม่ใช่เรื่องของ "มาตรฐาน" ที่ใครกำหนด แต่เป็นเรื่องของความมั่นใจในแบบของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อชะลอตัวและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น sasi เลือกที่จะไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าแต่เน้นการบริหารจัดการวอลุ่มการผลิตและขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมเพื่อให้แบรนด์ยังคงเป็นทางเลือกแรกที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่าย (Low Barrier to Entry) และต้องปรับกลยุทธ์การปรับตัวอย่างรวดเร็วตามเทรนด์ควบคู่ไปกับการสร้าง Brand Love เพื่อเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตและเตรียมพร้อมสำหรับการขยายตัวสู่ระดับภูมิภาค (Regional Brand) ในอนาคต
ด้าน‘ระบิล สิริมนกุล’ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า sasi ได้ครบรอบ 9 ปี ส่งแคมเปญ ซิ่งศิ Because “We” Can พร้อมแท็กทีม Face of sasi (เก้า – PROXIE - เก่งน้ำปิง) ทลายทุกข้อจำกัด Beauty Standard โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา sasi เติบโตจาก ‘sasi by SRICHAND’ แบรนด์เมกอัพสำหรับวัยรุ่น สู่ Beauty & Lifestyle Brand ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้น ผ่าน Hero Products ที่สร้างการจดจำให้แบรนด์ ทั้งแป้งกระป๋อง, ลิปทินท์, แป้งผสมรองพื้น Magic Matte และ Kiss & Blush Stick รวมถึงการพัฒนา Brand Belief อย่างต่อเนื่องจาก ‘Live a Little’ สู่ ‘Because Girls Can’ และวันนี้คือ ‘Because We Can’ ที่เปิดกว้างและ inclusive มากขึ้น เพื่อสนับสนุน self-confidence, self-expression และการรักตัวเองในแบบที่เป็นของทุกคน