โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นโยบาย..ขี้หมา?

ไทยโพสต์

อัพเดต 43 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“การที่คนไทยแห่กันไปรับเงินแจกมาก ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่เป็นเรื่องน่าสังเวช

ไม่ต่างกับการที่คนไทยเป็นขอทานมากขึ้น ก็เป็นเรื่องน่าสลดใจในการบริหารบ้านเมืองที่ล้มเหลวไม่เป็นชิ้นดี

สรุปได้ง่ายๆ ว่า ถ้าบริหารบ้านเมืองจนคนไทยเป็นขอทานเต็มไปทั้งประเทศ เป็นความล้มเหลววินาศฉันใด

การที่มีคนไปเข้าคิว รับเงินแจก มากเท่าใดก็เป็นความบรรลัยของชาติฉันนั้น”

นี่..คุณไพศาล พืชมงคล กูรูผู้ปราดเปรื่องท่านมองโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ของรัฐบาลว่าอย่างนี้ จะจริงหรือไม่ไม่รู้ แต่ก็มี “นักเศรษฐศาสตร์” หลายท่าน มองเห็นตรงข้าม!

หรือ..อย่างท่าน AI ก็ตอบว่า.. “ไม่จริงครับ โครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

โดยภาครัฐอุดหนุนค่าใช้จ่ายให้ประชาชน 60% (สูงสุดวันละ 200 บาท หรือไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน) และประชาชนร่วมจ่าย 40%

โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดภาระค่าครองชีพ และนำเม็ดเงินไปหมุนเวียนในร้านค้ารายย่อยระดับชุมชนเท่านั้น ไม่ได้ทำให้คนไทยกลายเป็นขอทาน เพราะประชาชนร่วมจ่าย”

ส่วนที่กูรูมองเป็นเรื่อง “น่าสังเวช” นั้นก็ขึ้นอยู่กับใจท่าน ซึ่งชาวบ้านที่จนและเดือดร้อนพวกเขาไม่สนหรอกว่าใครจะคิด-มองอย่างไร..

เมื่อรัฐบาลยื่นมือแบ่งเบาภาระให้ ทุกคนก็ดูจะหน้าระรื่น ยิ้มรับ (เงิน) ไปตามๆ กัน!

และนี่..การใช้จ่ายก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้กล่าวไว้ว่า..

“ขอวิงวอน แนะนำให้ประชาชนใช้ทุกเดือน เพราะรัฐบาลให้สิทธิถึง 30 ล้านคน หากไม่ใช้แล้วสะสมนั้นไม่ได้ เราต้องมีการเตรียมการใช้จ่ายงบประมาณ

ถ้าทุกคนบอกว่าไม่ใช้เลย 3 เดือน อยากใช้ 4,000 บาทในเดือนสุดท้าย หากพูดภาษาชาวบ้านคือ ‘รัฐบาลหมุนเงินไม่ทัน’

จึงต้องฝากให้ช่วยกันจับจ่ายใช้สอย เพราะนี่ไม่ใช่โครงการแจกเงิน แต่เป็นโครงการร่วมกัน หากพี่น้องประชาชนไม่ใช้ รัฐบาลก็ไม่ต้องเสีย

ดังนั้นถ้าใช้ก็จะเกิดแรงบวกสองเด้ง ‘พี่น้องใช้ รัฐบาลสมทบ’ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยวงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท ที่จะเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ

จะต้องเกิดการกระตุ้นและทำให้มีแรงจ่าย อย่าไปดูว่าใช้เงินแค่นี้ จะได้กี่มากน้อย ต้องดูคนทั่วไป…

พี่น้องช่วยใช้จ่าย 40% รัฐออก 60% แต่คนที่ได้คือคนที่เราไปซื้อของเขา เขาก็ไปซื้อต่อ ต่างคนต่างช่วยกัน ประเทศไทยก็จะมีฐานการเงินที่มั่นคงขึ้น

ซึ่งผมก็รอถึงต้นเดือนมิถุนายนที่เราจะเริ่มโครงการนี้ด้วยความกระวนกระวาย อยากเห็นการใช้จ่ายเงินพวกนี้เข้าในระบบให้เร็วที่สุด”

ครับ..วันนี้-1 มิ.ย. คุณอนุทินคงจะคลายความกระวนกระวายลงบ้างแล้วล่ะ แต่นั่นแหละด้วยตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ที่แบกรับประเทศชาติ-ประชาชนอยู่..

จะให้ความกระวนกระวายหายไปเกลี้ยงเลยนั้น เห็นจะเป็นไปได้ยาก!

เพราะมีเรื่องให้ต้องคิด-ต้องทำ-ต้องแก้ (ไข) อยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องกระวนกระวายไม่สิ้นสุด อย่างกรณีชาวอิสราเอล ขออนุญาตสร้างโบสถ์ยิวที่สุขุมวิท 22 ใจกลางกรุงเทพฯ

ท่านนายกฯ ก็ตอบเพียงสั้นๆ “อย่าทำผิดกฎหมาย” ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะยินยอมหรือไม่ยอมให้สร้าง และก็น่าจะทำให้รู้สึกกระวนกระวายอยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เห็นที่ภาครัฐ-หน่วยงานความมั่นต้องตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการใช้พื้นที่ให้รอบคอบ-รัดกุม เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยได้

ต้องตระหนักเป็นที่สุดว่า “สุขุมวิท 22” เป็นพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ มีประชากรหนาแน่น ยิ่งเกิดกรณีหน่วยงานศาสนายิวในบางจังหวัด..

มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สร้างความขัดแย้งกับคนในพื้นที่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องมีความเข้มงวดในการพิจารณาตรวจสอบก่อนจะอนุญาต-ไม่อนุญาตสร้างโบสถ์ยิว!

หรือทางที่ดี-เป็นไปได้ ตอนนี้กำลังมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ช่องโทรทัศน์น่าจะได้เชิญ “ผู้สมัคร” มาร่วมดีเบต และหากจะมีสักรายการสองรายการตั้งคำถาม..

“ถ้าท่านได้เป็นผู้ว่าฯ จะอนุญาตให้สร้างโบสถ์ยิวที่สุขุมวิท 22 ไหม” ก็ดูจะเข้าท่า-น่าสนใจ เพื่อประชาชน-ชุมชนจะได้ตัดสินใจ..กาบัตร!

นี่..พูดถึงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ซึ่งกำหนดมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

สิ่งที่ต้องรู้..เลือกตั้งหนนี้ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือเลือกตั้งนอกเขต ฉะนั้นเพื่อให้ตนเองไม่ถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมาย..

หากท่านไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ก็ต้องรีบแจ้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่นเสียแต่บัดนี้!

และที่ต้องรู้-ต้องจำ..ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 2 สี บัตรสีเขียวเลือกตั้งผู้ว่าฯ บัตรสีชมพูเลือกตั้ง สก. บัตรแต่ละใบกาได้ 1 เบอร์เท่านั้น!

จะเลือกใครเอาตามใจชอบ-ใจรัก ไม่ต้องสนหรอกว่ามี “นโยบาย” อะไรบ้าง เพราะที่ผ่านมาไม่รู้สักกี่ผู้ว่าฯ..

นโยบายที่หาเสียง..ขี้หมา (โกหก) ทั้งเพ!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...