ราคาทองโลกเผชิญแรงกดดัน จับตาท่าทีเฟด-ดีลสหรัฐฯ–อิหร่าน
ตลาดทองคำโลกกำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ หลังสถาบันการเงินชั้นนำอย่างโกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำสิ้นปี 2569 ลงจากเดิม 500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เหลือเป้าหมายที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจยังไม่เข้าสู่รอบการลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้
ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำมาจากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป และอาจเลื่อนการปรับลดดอกเบี้ยออกไปถึงปี 2570 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันโลก
การคงดอกเบี้ยในระดับสูงส่งผลโดยตรงต่อความน่าสนใจของทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทำให้เม็ดเงินลงทุนบางส่วนมีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ขณะเดียวกัน กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำก็มีแนวโน้มชะลอตัวลง
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค ส่งผลให้ความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงตามไปด้วย
โกลด์แมน แซคส์ ยังประเมินว่า หากเฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปีนี้ ราคาทองคำอาจปรับตัวลงสู่ระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ภายในสิ้นปี
สัญญาณดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานสรุปผลการประชุมเฟดล่าสุด ซึ่งระบุว่ากรรมการเฟดจำนวนครึ่งหนึ่งมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปี 2569 ขณะที่บางส่วนประเมินว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นถึง 2 ครั้ง หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่
นอกจากนี้ เฟดยังปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ ขึ้นสู่ระดับ 3.6% พร้อมปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP เหลือ 2.2% สะท้อนความกังวลต่อผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท GCAP เปิดเผยว่า รายงาน Dot Plot ของเฟดเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำ เนื่องจากสะท้อนมุมมองเชิงเข้มงวดด้านนโยบายการเงินมากกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้
แม้ราคาทองคำจะเผชิญแรงขายในระยะสั้น แต่หลายสำนักวิเคราะห์ยังคงมองว่าปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของทองคำยังแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก และภาวะเงินเฟ้อที่ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง
นักวิเคราะห์หลายรายยังคงประเมินว่าราคาทองคำมีโอกาสกลับไปทดสอบระดับ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในระยะยาว หากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกยังคงดำเนินต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง